Category: Write

  • ขณะออกแบบ: รูปและความว่าง

    ขณะออกแบบ: รูปและความว่าง

    ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบหรือวิชาชีพใดๆ เราต่างใช้ชีวิตอยู่กับความพยายามในการ “จัดการ” สิ่งต่างๆ รอบตัว ทุกครั้งที่เรามองเห็นวัตถุชิ้นหนึ่ง หรือสัมผัสกับพื้นที่ว่างในห้อง จิตของเราจะทำหน้าที่โดยอัตโนมัติในการฉายภาพความคิด ประสบการณ์ และอคติลงไปทับซ้อนสิ่งเหล่านั้น เราตัดสินว่าสิ่งนี้ “สวย” สิ่งนั้น “น่ารังเกียจ” หรือสิ่งโน้น “ไร้ค่า” จนเราเผลอลืมไปว่า คุณค่าเหล่านั้นเป็นเพียงเงาที่เราจินตนาการขึ้นมาเอง การออกแบบที่ผ่านมาส่วนใหญ่ของตนเอง จึงน่าจะเป็นการพยายามนำเอา “เงา” ของเราไปครอบงำความจริงของสิ่งนั้นสิ่งนี้ เพื่อให้มันตอบสนองต่อเจตจำนงและความต้องการที่เรานิยามขึ้น

  • เมื่อเรากล่าวคำว่า “ยินดีที่ได้รู้จัก” กับโลกใบนี้อย่างตั้งอกตั้งใจ

    เมื่อเรากล่าวคำว่า “ยินดีที่ได้รู้จัก” กับโลกใบนี้อย่างตั้งอกตั้งใจ

    คำถามที่ว่า “เราจะรู้จักพื้นที่แห่งหนึ่งได้อย่างไร?” ในโลกการสื่อสารร่วมสมัยท่ามกลางการประดิษฐ์ซ้ำของข้อมูลจริงเท็จจำนวนมหาศาล จึงไม่ใช่แค่การมองผ่านเลนส์ของนักท่องเที่ยวหรือการค้นคว้าผ่านข้อมูลสำเร็จรูป สำหรับสันติ ลอรัชวี ผลงานศิลปะ “ภูเก็ต ยินดีที่ได้รู้จัก” ในเทศกาล Thailand Biennale, Phuket 2025 จึงเป็นกรณีศึกษาของการใช้กระบวนการออกแบบเป็นเครื่องมือในการสำรวจและนำเสนอความหมายของการดำรงอยู่และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพื้นที่ผ่านแว่นตาสัญศาสตร์และมานุษยวิทยา

  • Put [design] on the couch

    Put [design] on the couch

    are we human? เป็นหนึ่งในหนังสือด้านดีไซน์ที่ไม่จำกัดแค่นักออกแบบ แต่หากนักออกแบบได้อ่านก็น่าจะช่วยฉายภาพรอบตัวที่กำลังเผชิญได้ชัดขึ้นว่านักอกแบบอย่างเราจะมีเส้นทางต่อไปอย่างไรบ้าง… . notes on an archaeology of design” จึงเปรียบเสมือนแผนที่ ที่ลากโยงจากอดีตให้เราทบทวนการออกแบบของมนุษย์ในแว่นตาของนักโบราณคดี การหยิบยืมสายตาต่างศาสตร์อาจเป็นหนทางที่พึ่งพาได้อย่างมากในการส่องทางให้กัน ท่ามกลางโมงยามอันขมุกขมัวและพร่าเลือน ณ ขณะนี้

  • อนาคตหลังทุนนิยมที่กำลังถูกออกแบบ

    อนาคตหลังทุนนิยมที่กำลังถูกออกแบบ

    .ยินดีที่ได้ข่าวว่า สนพ.นิสิตสามย่าน ได้ลิขสิทธิ์แปลหนังสือที่น่าสนใจเล่มนี้ 🤍.หากลองมองผ่านเนื้อหาจากหนังสือ Design after Capitalism ของ Matthew Wizinsky โดยเน้นไปที่การสำรวจบทบาทของผู้ออกแบบและอนาคตของสถาบันการศึกษาด้านการออกแบบในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ก็อาจจะพอสะท้อนให้พอเห็นท่วงทำนองของโลกการออกแบบที่จะเปลี่ยนไป.ในโลกที่ “ทุกอย่างถูกออกแบบมาแล้ว” ตั้งแต่แก้วกาแฟไปจนถึงอัลกอริทึมโซเชียลมีเดีย เรามักมองว่าการออกแบบเป็นเพียงเครื่องมือในการสร้างความสวยงามหรือการแก้ปัญหาเชิงธุรกิจ แต่ในหนังสือ Design after Capitalism เขากลับชวนมองลึกลงไปว่า การออกแบบคือ “การสร้างโลก” (World-making) ที่ส่งผลต่ออำนาจ ความสัมพันธ์ทางสังคม และความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์

  • เมื่อมนุษย์กลายเป็นเครื่องหมายคำถาม [?]

    เมื่อมนุษย์กลายเป็นเครื่องหมายคำถาม [?]

    และโลกคือสตูดิโอออกแบบที่ไม่มีเวลาเปิด-ปิด หากลองหยุดพิจารณาสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ตั้งแต่เสื้อผ้าที่สวมใส่ สมาร์ทโฟนในมือ ลิ้นหัวใจเทียมที่เต้นอยู่ในอกผู้คน ไปจนถึงยานโวเอเจอร์ที่กำลังเดินทางห่างออกไปวันละล้านไมล์ เราจะพบความจริงประการหนึ่งว่า “มนุษย์เป็นสายพันธุ์ที่แยกไม่ออกจากสิ่งประดิษฐ์” Beatriz Colomina และ Mark Wigley ได้เสนอแง่มุมที่น่าสนใจผ่านหนังสือปกเหลือง are we human? ว่า “หากมนุษย์คือเครื่องหมายคำถาม [?] การออกแบบก็คือวิธีการที่เราใช้หาคำตอบให้กับคำถามนั้น” การสำรวจประวัติศาสตร์การออกแบบจึงไม่ใช่แค่การดูวิวัฒนาการของเก้าอี้หรืออาคาร แต่มันคือ “โบราณคดีของความอยากรู้อยากเห็น” ที่ขุดลึกลงไปเพื่อดูว่า เราพยายามนิยามตัวเองอย่างไรในแต่ละยุคสมัย

  • สันติวิธีการอ่าน: การออกแบบหลังทุนนิยม #1

    สันติวิธีการอ่าน: การออกแบบหลังทุนนิยม #1

    สรุปจากหนังสือDesign after Capitalismเขียนโดย Matthew Wizinsky สิ่งของ ประสบการณ์ และสัญลักษณ์ที่ได้รับการออกแบบซึ่งเราใช้ในการรับรู้ ทำความเข้าใจ และใช้สอยในชีวิตประจำวันนั้นเป็นมากกว่าเพียงอุปกรณ์ประกอบฉาก การออกแบบส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเราโดยตรง ในหนังสือ Design after Capitalism แมทธิว วิซินสกี้ เสนอว่าโลกของทุนนิยมอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดการออกแบบสมัยใหม่นั้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทำให้การออกแบบในปัจจุบันจำเป็นต้องปรับทิศทางใหม่ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ทางสังคม และเศรษฐกิจ เมื่อมองการออกแบบผ่านมุมมองของ เศรษฐศาสตร์การเมือง วิซินสกี้เรียกร้องให้สาขานี้ก้าวข้ามตรรกะ โครงสร้าง และอัตวิสัยของทุนนิยม เพื่อผสมผสานความเป็นผู้ประกอบการด้านการออกแบบเข้ากับการส่งเสริมพลังทางสังคม เพื่อสร้างวิธีการใหม่ๆ ในการผลิตสิ่งของ สัญลักษณ์ และ ประสบการณ์ต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นชีวิตประจำวัน

  • แนะนำหนังสือสัญศาสตร์กับการออกแบบกราฟิก

    สันติ ลอรัชวีแปลและเรียบเรียงจากบทนำและบทส่งท้ายจากหนังสือ Fire Signs: A Semiotics Theory for Graphic Design โดย Steven Skaggs เมื่อผมเริ่มเปิดคอร์ส A stone in your mind กับ PRACTICAL school of design ที่มีเป้าหมายจะนำเอาแนวคิดทางสัญศาสตร์มาเป็นแกนกลางในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้านออกแบบ โดยกำหนดจุดเริ่มต้นที่ทุกคนร่วมทางกันได้อย่าง “ก้อนหิน” หนังสือเล่มหนึ่งที่ใช้เป็นคบเพลิงให้แสงสว่างนำทางทั้งความเข้าใจและแรงบันดาลใจก็คือ Fire Signs ของ Steven Skaggs แม้ทุกวันนี้อ่านจบอย่างงงๆ ไปแล้ว แต่แต่ต้องคอยมาแปลและตีความอยู่ตลอด เพื่อหาทางนำไปใช้และแบ่งปันกับผู้เข้าร่วมคอร์ส บทเรียบเรียงนี้คิดว่ามีประโยชน์มากต่อการฉายภาพอีกมุมของการออกแบบกราฟิก รวมไปถึงเป็นการป้ายยาให้หลายคนที่อาจสนใจไปหาอ่านต่อด้วยตัวเอง ————— เพียงบทนำของหนังสือ Fire Signs ของ Steven Skaggs ก็เพียงพอต่อการแจกแจงวิชาชีพกราฟิกดีไซน์ที่เปิดกว้าง ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “พาณิชย์ศิลป์” และ “การออกแบบกราฟิกร่วมสมัย” รวมถึงทิศทางและหน้าที่ของทฤษฎีการออกแบบกราฟิกที่ควรจะเป็น หากใครมีกำลังในการอ่าน ใคร่ขอแนะนำ หากใครไม่มีเวลา…

  • Gestalt 101 — Fool the eyes

    Gestalt 101 — Fool the eyes

    สันติ ลอรัชวี นิทานเซนเรื่องหนึ่งสอนว่า…แรกเริ่ม…มองแม่น้ำก็เป็นแม่น้ำมองภูเขาก็เป็นภูเขาไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างเลยแต่ต่อมา… จะมองเห็นว่าแม่น้ำไม่ได้เป็นแม่น้ำ ภูเขาไม่เป็นภูเขาแม่น้ำก็เป็นเพียงธาตุ ภูเขาก็เป็นธาตุแต่เมื่อผ่านชีวิตมากขึ้น…กลับมามองเห็นแม่น้ำนั้นก็เป็นแม่น้ำภูเขาก็เป็นภูเขาดังเดิม Heraclitus นักปรัชญากรีกโบราณยังกล่าวไว้ว่าไม่มีใครที่ก้าวลงแม่น้ำสายเดิมได้เป็นครั้งที่สองเหตุเพราะแม่น้ำนั้นไม่ใช่สายเดิม คนๆ นั้น ก็ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปไม่ว่าแม่น้ำหรือบุคคลก็เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เมื่อเรายืนอยู่ชั้นบนของอาคารสูงแล้วมองออกไป…เห็นตึกรามบ้านช่อง ต้นไม้ และท้องฟ้าในทางทฤษฎีอาจกล่าวได้ว่าเราเห็นค่าความสว่างของแสงและความต่างของสีแต่เราก็ไม่ได้คิดว่าเห็นค่าอะไรทั้งนั้นเราเห็นมันเป็นรูปทรงรูปร่างที่ทำให้เราเข้าใจว่ามันคืออะไรหรือบ้างครั้งเราก็มองเห็นภาพรวมๆ นั้นเป็นฉากของเมืองอาจมีตึกบางตึกที่ทำให้เราบอกได้ว่านี่คือกรุงเทพฯ ที่เรารู้จัก เวลาที่เราฟังเพลง…เราก็ไม่ได้ใส่ใจแยกแยะหรือรับรู้ว่ากำลังได้ยินเสียงแต่ละโน้ตกำลังเรียงตัวกันสลับกันไปมาบ้าง ดังขึ้นพร้อมกันบ้าง ยกเสียงสูงขึ้นลงต่ำอย่างไรแต่เราได้ยินเป็นท่วงทำนองดนตรี ไพเราะหรือไม่คงขึ้นอยู่กับคุณ ที่กล่าวมา… มันน่าสนใจอย่างไร ย้อนกลับไปช่วงปลายศตวรรษที่ 19นักปรัชญาและนักจิตวิทยาชาวออสเตรีย Christian von Ehrenfelsเคยตั้งถามน่าสนใจว่า “เรารับรู้ทำนองดนตรีได้อย่างไร?” “อะไรที่อยู่ในความคิดของเราขณะกำลังได้ยินท่วงทำนอง?”เมโลดี้คือลำดับของโทนเสียง เป็นคลื่นเสียงที่มีความถี่ต่างกันหูของเรารวบรวมการสั่นสะเทือนเหล่านี้แปลงเป็นกระแสไฟฟ้าและส่งต่อไปยังสมองของเราโน้ตเหล่านี้ได้รับการตัดเย็บในรูปแบบเฉพาะของความสัมพันธ์ระหว่างโน้ต จังหวะ และความสอดประสาน ท่วงทำนองนั้นถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของเรา เป็นทำนองที่เราสามารถจำได้ในอนาคต Ehrenfels เริ่มศึกษาจากงานของนักวิทยาศาสตร์ Ernst Mach ที่ชื่อ “Contributions to analysis sensation” ซึ่ง Mach เสนอว่าเวลาเราเห็นเส้นตรงสามเส้นที่เชื่อมต่อกันนอกเหนือไปจากความรู้สึกพื้นฐานของที่เห็นเป็นเส้นสามเส้นแล้วเรายังรู้สึกถึง “รูปร่าง – รูปแบบ (shape-form)” ไปในขณะเดียวกันด้วย (เช่นรูปทรงสามเหลี่ยม)เขาขยายความคิดนี้ไปในด้านรูปแบบที่เกี่ยวกับเวลา (time-forms) เช่นกันและเสนอว่าการที่เรารับรู้ทำนอง อาจเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันดังนั้นเมื่อเราได้ยินโน้ตแต่ละตัว…

  • Fikra Graphic Design Biennial 01 — De-centering English

    Fikra Graphic Design Biennial 01Conference, Nov 102 – 2:50pm De-centering English HUDA ABIFARÈS, SANTI LAWRACHAWEE, AND ASAD PERVAIZFIRST FLOOR, DEPT. OF MAPPING MARGINS We would need to move to a space of gesture and performance if we would want to imagine a de-colonial, critical graphic design. We would have to allow expression to erupt into poetry…

  • ศูนย์กลางอยู่ทุกหนแห่ง

    บทความว่าด้วยการสำรวจตัวพิมพ์ไทยฉบับย่อ โดย สันติ ลอรัชวี หากย้อนกลับไปสำรวจแบบตัวพิมพ์ไทย ในช่วงศตวรรษที่ ๑๘  จะพบว่ากว่าหนึ่งร้อยปีที่การพิมพ์ในประเทศไทยได้ขาดช่วงไป จนกระทั่งถึงช่วงต้นยุครัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๒๕) กระบวนการพิมพ์จึงได้กลับสู่เมืองไทย ทำให้รูปแบบตัวอักษรไทยเกิดความก้าวหน้าขึ้นอีกครั้ง

  • บันทึกการบรรยาย สัญศาสตร์การออกแบบ

    โดย สันติ ลอรัชวี ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563 ผ่านโปรแกรม Zoom.us  สวัสดีครับ นักศึกษาและทุกท่านที่สนใจเข้ารับฟังบรรยายในครั้งนี้ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา Design Semiotics ภายใต้หลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต ขอขอบคุณหลักสูตรฯ มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับที่ให้โอกาสกับผมในการสอนวิชานี้มาอย่างต่อเนื่อง ทำไมนักออกแบบถึงสนใจสัญศาสตร์? ผมมารู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นผู้สอนวิชาสัญศาสตร์กับการออกแบบมาร่วม 10 ปีแล้ว อย่างไรก็ตามผมยอมรับกับตัวเองมาหลายปีแล้วว่า ตนเองเป็นเพียงนักออกแบบที่สนใจศึกษาสัญศาสตร์ และพยายามนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานออกแบบของตนเอง แนวทางการสอนของผมจึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เรียนเกี่ยวกับ แนวคิดด้านสัญศาสตร์ที่เชื่อมโยงอยู่ในกระบวนการออกแบบและการนำเสนอผลงาน รวมถึงการวิเคราะห์ หรือ ที่ผมมักเรียกว่า “การอ่านออก-เขียนภาพ (visual literacy)” ต่องานออกแบบให้ละเอียดละออยิ่งขึ้น

  • อ่านออก เขียนภาพ

    โดย สันติ ลอรัชวี (เอกสารประกอบเวิร์คช็อป Visual Literacy จัดโดย PRACTICAL Design Studio, 7 ต.ค. 2560) การอ่านภาพ (Visual Literacy)  อธิบายได้ว่าคือความสามารถในการเข้าใจและใช้ภาพ รวมทั้งความสามารถในการคิด ในการเรียน และแสดงออกของตัวเองต่อภาพที่มองเห็น ไม่มีใครปฏิเสธว่า “ภาพ” เป็นสิ่งหนึ่งช่วยให้การสื่อสารสมบูรณ์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาจสรุปได้ว่าการอ่านภาพคือความสามารถทางด้านการมองเห็นของมนุษย์ และใช้ความสามารถนั้นในการจำแนกและแปลความหมาย สิ่งที่มองเห็นเพื่อการติดต่อสื่อสารได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และมีสุนทรียภาพ คำว่า Visual Literacy สามารถแยกแปลความหมายของคำนี้ได้คือ “Visual” หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวกับจักษุประสาทหรือสิ่งที่ตามองเห็น ซึ่งอาจเรียกรวมว่า “ภาพ” ก็ได้ “Literacy” หมายถึงความสามารถในการอ่านเขียนหรือการเรียนรู้ “การอ่านออกเขียนภาพ” จึงเป็นรูปแบบของการคิดที่สำคัญ ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพทางการสื่อสารเชิงภาพให้กับนักออกแบบ การสื่อและรับสารทางสายตานั้นมีความผูกพันกับมนุษย์ก่อนจะมีภาษาพูดและเขียนด้วยซํ้า ภาพเขียนในผนังถํ้า การสังเกตสีของผลไม้ พัฒนามาเป็นสัญลักษณ์สากลมากมายที่เราใช้กันในปัจจุบัน หากแต่มนุษย์เริ่มคิดผ่านอิทธิพลของ ภาษาหลังจากที่อารยธรรมด้านภาษาของเราวิวัฒน์มาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นภาษา (Linguistics) จึงเป็นระบบการสื่อสารที่มี อิทธิพลต่อมนุษย์ เราทั้งใช้มันในการคิด การรับรู้ และการแสดงออก…

  • ความท้าทายของการออกแบบ

    ความท้าทายของการออกแบบ

    เรียบเรียงจาก Series Foreward, Design Thinking, Design Theory Series ของ MIT Press โดย สันติ ลอรัชวี หนังสือชุด Design Thinking, Design Theory Series ของ MIT Press ได้ตีพิมพ์หนังสือที่เสนอแนวคิดและทฤษฎีการออกแบบที่ควรค่าแก่การอ่านหลายต่อหลายเล่ม ส่วนที่น่าสนใจคือบทบรรณาธิการชุดหนังสือ ( Series Foreward) ที่เขียนโดยสองบรรณาธิการ ได้แก่ เคน ฟรีดแมน และ อีริค สโทลเทอร์แมน ที่กล่าวถึงความเป็นมาของการออกแบบจนมาถึงความท้าทายที่นักออกแบบทุกสาขากำลังเผชิญร่วมกัน 10 ประการ อันเป็นประเด็นที่ชวนให้นักออกแบบมาคิดต่อถึงบทบาทหน้าที่ คุณค่า และนิยายามของสิ่งที่เรากำลังเรียกมันเป็นอาชีพ หากสิ่งที่เป็นกิจกรรมพื้นฐานที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคนนั่นคือ “การออกแบบ”

  • Design is attitude

    Helmut Schmid เกิดในปี 1942 ณ ประเทศออสเตรียในฐานะพลเมืองเยอรมัน เขาศึกษาในสวิสเซอร์แลนด์ที่โรงเรียนออกแบบบาเซิลภายใต้การสอนของ Emil Ruder, Kurt Hauert และ Robert Buchler เขาทำงานในเบอร์ลินตะวันตกและสตอกโฮล์ม (Grafisk Revy) ต่อมาที่มอนทรีออล (Ernst Roch Design) และแวนคูเวอร์ หลังจากนั้นเขาทำงานที่โอซาก้าให้ NIA (Taiho Pharmaceutical และ Sanyo) และในปี 1973-76 มาทำที่ ARE ในดัสเซลดอร์ฟเขาออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาลเยอรมนีและนายกรัฐมนตรี Willy Brandt และ Helmut Schmidt ออกแบบสัญลักษณ์การรณรงค์เลือกตั้งของพรรคคอมมิวนิสต์ ในปี 1976 และได้จัดแสดงนิทรรศการการออกแบบตัวอักษรเชิงการเมืองของเขา (politypographien) ที่ Print Gallery ในอัมสเตอร์ดัม จากนั้นหันมาเป็นนักออกแบบอิสระในโอซาก้าตั้งแต่ปี 1981 ได้รับเชิญเป็นสมาชิกของ AGI (Alliance Graphique Internationale) ตั้งแต่ปี…

  • Designed by Empathy

    (เผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร art4d พ.ศ. 2560) จากชุดบทความ The Evolution of Design Thinking ในวารสาร Harvard Business Review ฉบับเดือนกันยายน 2558 ที่โปรยหัวว่าความคิดเชิงออกแบบจะกลายเป็นศูนย์กลางของการวางกลยุทธ์ การสร้างนวัตกรรม และการจัดการทางวัฒนธรรมนั้น สร้างคำถามต่อผู้เขียนว่านักออกแบบจะมีบทบาทอย่างไรต่อปรากฏการณ์ที่ว่านี้ อีกทั้งยังนึกสงสัยว่าในอนาคต “Designer” จะถูกจำกัดความให้อยู่ในขอบเขตของเพียงการสร้างสรรค์เชิงกายภาพหรือไม่ และเป็นไปได้หรือไม่ต่อการเกิดขึ้นของคำเรียกผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการคิดเชิงออกแบบว่า “Design Thinker” รวมถึงการโต้แย้งกันที่เกิดขึ้นอย่างคำว่า “Design Thinking is Bullshit” จากนักออกแบบคนสำคัญ อย่างไรก็ดี ลินดา ไนแมน ผู้ก่อตั้ง Creativity at Work ก็ยังให้คำจำกัดความที่ทำให้นักออกแบบอย่างผู้เขียนเชื่อว่านักออกแบบมีส่วนสำคัญต่อการคิดเชิงออกแบบ จากบทความในเว็บไซต์เธออธิบายว่า “การคิดเชิงออกแบบคือกระบวนวิธีที่เหล่านักออกแบบใช้ในการแก้ปัญหาและการแสวงหาวิธีหรือทางออกที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยแกนหลักไม่ใช่การเพ่งความสำคัญไปที่ปัญหา แต่เป็นทางออกในการแก้ปัญหา และการปฏิบัติที่จะนำไปสู่สิ่งที่คาดหวังมากกว่า การคิดเชิงออกแบบนี้ดำเนินไปด้วยการใช้ตรรกะ จินตนาการ ญาณทัศนะ และการให้เหตุผลที่เป็นระบบ เพื่อสำรวจความเป็นไปได้และการสร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่ต้องการ ซึ่งจะเกิดผลดีกับลูกค้าหรือผู้ใช้งาน ในมุมมองของผู้เขียน คำจำกัดความนี้ให้เครดิตกับเหล่านักออกแบบไม่น้อย เนื่องจากมันได้สะท้อนว่ากระบวนวิธีที่นักออกแบบใช้ในการทำงานอยู่แล้วนั้นมีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน…

  • ปฐมบทสู่หน้าว่างของการพิมพ์ไทย

    ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช นอกเหนือจากเรื่องราวแสนโรแมนติกของออกขุนศรีวิศาลวาจาและแม่การะเกด จากละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของคนไทยอยู่ในขณะนี้ (พ.ศ. ๒๕๖๑) ยังมีหลักฐานอ้างอิงได้อีกว่า ในยุคนั้นการพิมพ์ในประเทศไทยกำลังสร้างปฐมบทขึ้น จากการเดินทางของคณะมิชชันนารีคาทอลิกจากฝรั่งเศสเข้ามาในไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๕ ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมีสังฆราชหลุยส์ ลาโน (Louis Laneau) ได้แต่ง แปล และพิมพ์หนังสือคำสอนทางคริสต์ศาสนา เป็นภาษาไทยจำนวน ๒๖ เล่ม หนังสือไวยกรณ์ไทยและบาลี ๑ เล่ม และพจนานุกรมไทยอีก ๑ เล่ม จากหนังสือ “หนึ่งรอยตัวเรียง” เขียนว่าการเข้ามาสอนศาสนาและวิชาการต่างๆ อย่างเป็นระบบ และมีตำราเรียนประกอบของสังฆราชลาโน อาจเป็นแรงจูงใจให้สมเด็จพระนารายณ์ฯ โปรดให้พระโหราธิบดี จัดทำหนังสือ “จินดามณี” อันมีเนื้อหาว่าด้วยระเบียบของภาษาอักรวิธีเบื้องต้น และวิธีแต่งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เพื่อสอนแก่เข้าขุนมูลนายและสำนักเรียนในวัด ตลอดจนชาวบ้านทั่วไป นับเป็นแบบเรียนภาษาไทยเล่มแรกและสืบทอดต่อกันมาจนถึงยุครัตนโกสินทร์ น่าเสียดายที่หนังสือจินดามณีที่เขียนจากสมุดข่อยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์คัดลอกต่อกันมาโดยไม่ได้จารวันเวลาที่เขียนเอาไว้ จึงทำให้ไม่สามารถระบุได้ว่าเล่มใดเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นในยุคสมัยนี้ สังฆราชลาโนยังสร้างศาลาเรียนขึ้น ในพื้นที่พระราชทานที่ตำบลเกาะพราหมณ์เหนือกรุงเก่าขึ้นไป และได้ตั้งโรงพิมพ์ขึ้นที่โรงเรียนแห่งนี้ ตามบันทึกของ ท่านเจษฎาจารย์ ฟ. ฮีแลร์…

  • สันติวิธี ที่ ๑

    สันติวิธี ที่ ๑

    หนังสือรวมบทความ โดย สันติ ลอรัชวี จัดพิมพ์ โดย คัดสรรดีมาก บรรณาธิการและออกแบบปก – อนุทิน วงศ์สรรคกร กองบรรณาธิการ – กรดา ศรีทองเกิด รูปเล่มและศิลปกรรม – ธนโชติ ทรัพย์เรืองนาม ภาพหนังสือโดย คัดสรรดีมาก คำนำผู้เขียน Give me your story, I’ll give you mine. ครั้งหนึ่งคุณพิชญา ศุภวานิช ชักชวนให้ผมร่วมแสดงผลงานศิลปะในนิทรรศการที่เธอเป็นภัณฑรักษ์ นิทรรศการนั้นมีชื่อว่า สถานพักตากอากาศ (Resort) ซึ่งเป็นนิทรรศการศิลปะที่พยายามจะขยายความหมายของการพัก ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวเราที่เดินหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการทำความเข้าใจในที่พักอาศัยที่ไม่ใช่แค่ก้อนสถาปัตยกรรม แต่เป็นสถานที่ที่ถูกค้นพบคุณค่าอันแท้จริงของการใช้ชีวิตอยู่ เธอถามถึงรีสอร์ตแบบของผม ซึ่งท้ายที่สุดคำตอบของผมก็ปรากฏอยู่ในสูจิบัตรนิทรรศการว่า “รีสอร์ตสำหรับผมในบางครั้ง ไม่ได้สัมพันธ์กับสถานที่ หลักแหล่ง หรือเวลา หากแต่เชื่อมโยงกับการที่เราได้ถ่ายเทอะไรบางสิ่งในความคิด ความรู้สึกของเราไปกักเก็บไว้ยังอีกพื้นที่หนึ่ง มันมีความย้อนแย้งในการตัดสินใจว่า… เราอยากจะจดจำสิ่งเหล่านั้น หรือจริงๆ แล้วเราอยากจะลืมมัน มันคงมีอะไรที่คล้ายคลึงกับการจดบันทึกประจำวัน หากแต่คำว่า ‘บันทึก’…

  • “การออกแบบคืออะไร” คำถามที่ถูกทบทวนตลอดชีวิต (ฉบับลำลอง)

    โดย สันติ ลอรัชวี สำหรับภาษาไทย แม้ว่าพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานไม่ได้บรรจุความหมายของคำว่า “ออกแบบ” ไว้ แต่ในวิชาชีพและชีวิตประจำวันคำว่า “ออกแบบ” ถูกให้คำจำกัดความและมีการอภิปรายไว้อย่างกว้างขวางและหลากหลาย ทั้งในคำจำกัดความพื้นฐานหรือเฉพาะเจาะจงก็ตาม หากเริ่มสำรวจความหมายจากพจนานุกรมแล้ว Merriam Webster Dictionary ก็ได้ให้คำนิยามต่อคำว่า design ที่เป็นทั้งคำนามและคำกริยาออกมาชุดหนึ่ง ครอบคลุมกินความไว้ดังนี้

  • สิ่งที่นักออกแบบต้องเรียนรู้ 

    เรียบเรียงจากบทความของ Eric Madsen, What designers must learn (aiga.org) Eric Madson แนะนำไว้ในบทความว่า…หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดที่นักเรียนออกแบบกราฟิกในอนาคตสามารถทำได้คือการค้นพบตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เกี่ยวกับอาชีพนอกหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ในช่วงต้นของการเรียนควรไปที่บริษัทออกแบบและพูดคุยกับคนที่ประสบความสำเร็จ การฝึกฝนนี้จะช่วยให้พวกคุณรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาต้องการจากหลักสูตรของโรงเรียนออกแบบ แล้วจะทำให้คุณสามารถเชื่อมโยงกับความเป็นจริงของอาชีพได้ และในทางกลับกันมันจะทำให้เราถูกรู้จักมากขึ้นในอุตสาหกรรมการจ้างงาน นักเรียนควรจะเรียกร้องสถาบันให้นักออกแบบจากภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการบรรยาย การวิพากษ์วิจารณ์ หรือการมอบหมายโครงการพิเศษ รวมถึงจัดทัวร์สตูดิโอด้วย ฉันขอแนะนำให้ฝึกงานและควรแสดงพอร์ตโฟลิโอของตนเอง เพื่อทบทวนหลังจากปีที่สองและสามหรือแม้แต่ในแต่ละเทอมของปีนั้น ๆ ในการฝึกงานนักเรียนจะได้เรียนรู้ว่าเรื่องใดเป็นสิ่งสำคัญจากสิ่งที่ได้เรียนและฝึกฝนมาจากมหาวิทยาลัย การมีประสบการณ์ต่อปัญหาด้านการออกแบบที่หลากหลายเป็นสิ่งจำเป็น แนวคิดหรือเบื้องหลังการออกแบบก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการทำงาน เราจะพบว่าความรู้เชิงปฏิบัติและทักษะการผลิตนั้นมีความสำคัญเช่นเดียวกับทฤษฎี การได้สัมผัสกับการดำเนินธุรกิจขั้นพื้นฐานจะเป็นประโยชน์ รวมถึงความสำคัญของพอร์ทโฟลิโอที่ควรรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดเพียงสิ่งเดียว เพราะในช่วงเวลาของการสัมภาษณ์ ผลงานของคุณก็กลายเป็นเพียงงานนักเรียน พวกคุณควรเรียนรู้ว่าความสามารถในการเขียนและพูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้กระทั่งการสะกดอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ พื้นฐานลูกค้าของนักออกแบบคือโลกธุรกิจ และนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จคือผู้ที่กำลังเตรียมที่จะสื่อสารกับตลาดนี้ การออกแบบเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของกระบวนการเท่านั้น การวางแผน การฟัง การเขียน การประมาณเวลา และการให้คำแนะนำ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทของนักออกแบบ…

  • ศิลปะความเป็นตัวเอง / สัญชาตญาณ / และความหลงใหลแบบสามหน่อ

    ไม่นานมานี้… ผมได้รับรางวัลที่สำคัญของชีวิตการเป็นนักออกแบบ อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นรางวัลจากรายการประกวดหรือแข่งขันใด หากแต่เริ่มต้นด้วยการรับโทรศัพท์จากคุณแจง เต็มศิริ คูสุโรจน์ แห่ง Propaganda ใจความว่าพี่แก่ สาธิต กาลวันตวานิช อยากขอนัดเข้ามาพบ โดยแจ้งเบื้องต้นเพียงว่าอยากเข้ามาเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับงานโครงการหนึ่ง แน่นอนว่า…ผมตอบรับในทันที ย้อนกลับไป…นอกจากชื่นชมพี่สาธิตผ่านผลงานของสามหน่อ บริษัทกราฟิกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในช่วงเวลาต้นปี พ.ศ. 2530 แล้ว ภายหลังผมยังมาสนใจสามหน่อมากขึ้นในฐานะสตูดิโอออกแบบกราฟิกรุ่นบุกเบิก ที่ทำให้งานออกแบบกราฟิกมีที่ทางของตัวเอง แยกตัวออกจากบริษัทโฆษณาออกมาได้อย่างชัดเจน ผมเริ่มค้นคว้าและประกอบข้อมูลถึงความเป็นมาของพี่สาธิตและบุคลากรสำคัญมากมายเพื่อเห็นภาพทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของอุตสาหกรรมการออกแบบกราฟิกไทย

  • COFFEE ONLY IN THE LAND OF TEA

    ตีพิมพ์ในนิตยสาร art4d โดย สันติ ลอรัชวี Photos by Kwanchai Akkaratammagul and Nattapong Daovichitr Images courtesy of Santi Lawrachawee. All right reserved. การเดินทางมักมีเรื่องราวให้เราประทับใจแตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง ความประทับใจนั้นไม่เคยจำกัดความสำคัญ เชื้อชาติ ขนาด หรือปูมหลังใดๆ บางครั้งเพียงแค่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่เรารู้สึกพิเศษกับผู้คนซักคน เหตุการณ์ธรรมดา หรือสถานที่เล็กๆ ซักแห่ง…  ท่ามกลางใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีในโตเกียว อากาศแสนสบายสำหรับมนุษย์เขตร้อนชื้น ครั้งนี้…ผมและเพื่อนๆ ร่วมทางมีจุดมุ่งหมายหลากหลายทีเดียวในการเดินทางครั้งนี้ เราตั้งใจจะไปร้านอาหารและร้านขนมหลายร้าน ไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ ชาวญี่ปุ่น การมาประชุมงานที่จะได้ร่วมทำ มาร่วมงานรับรางวัลผลงานออกแบบของบริษัท ช็อปปิ้ง ไปชมละครคาบูกิ ตีเบสบอลกับเครื่องขว้างลูกอัตโนมัติ จับตุ๊กตา และที่ขาดไม่ได้คือ การไปชมนิทรรศการต่างๆ ที่พิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่ โดยไฮไลท์ของทริปนี้ คือ Tokyo Designers Week และงานเทศกาลศิลปะ Yokohama Triennale สำหรับ 9…

  • BERLIN: TYPE TRIP / TYPE HYPE

    ตีพิมพ์ในนิตยสาร art4d : 220, November 2014 โดย สันติ ลอรัชวี (Santi Lawrachawee) Images courtesy of Santi Lawrachawee. All right reserved. การเดินทางมักมีเรื่องราวให้เราประทับใจแตกต่างกันไปแต่ละครั้ง ความประทับใจนั้นไม่เคยจำกัดความสำคัญ เชื้อชาติ ขนาด หรือปูมหลังใดๆบางครั้งเพียงแค่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่เรารู้สึกพิเศษกับผู้คนซักคน เหตุการณ์ธรรมดา หรือสถานที่เล็กๆ ซักแห่ง… เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญไปร่วมบรรยายและเวิร์คช็อปที่งาน GRANSHAN Munich 2014 ที่ประเทศเยอรมนี เป็นงานสัมมนาเกี่ยวกับการออกแบบตัวหนังสือในกลุ่ม Non-Latin ซึ่งก็คือ ตัวหนังสือที่ไม่ได้มีที่มาจากตัวอักษรละตินอย่างตัวอักษรภาษาไทย ฮิบรู ญี่ปุ่น พม่า จีน ฯลฯ โดยวิทยากรที่มาบรรยายก็มาจากชาติต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากสำหรับผม ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณมิสเตอร์ บอริส โกชาน (Boris Kochan) และทีมงานเป็นอย่างมากที่มอบโอกาสที่ล้ำค่านี้ให้ ผมแจ้งคุณอันย่า (Anja Kurz) ผู้ประสานงานโครงการนี้ไปแต่ต้นว่า ผมมีความตั้งใจจะเดินทางไปเบอร์ลินหลังจากเสร็จงานที่มิวนิค…

  • บางส่วนจาก VIGNELLI CANON

    สันติ ลอรัชวี เรียบเรียงบางส่วนจาก Vignelli Canon – Vignelli Associates ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นแนวทางในการเชื่อมโยงที่ดีของการออกแบบกับแนวคิดบางส่วนของสัญศาสตร์ Massimo Vignelli ได้กล่าวถึง Semantic, Syntactic และ Pragmatic ไว้อย่างเข้าใจได้ไม่ยากในหนังสือ Vignelli Canon

  • กราฟิกดีไซน์เนอร์ของวันพรุ่งนี้

    โดย สันติ ลอรัชวี เคยมีบทสนทนาที่เล่าต่อกันมาในหมู่กราฟิกดีไซน์เนอร์ เป็นบทสนทนาระหว่างพ่อกับลูกที่เป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์ เรื่องมีอยู่ว่าลูกชาย (หรือลูกสาวก็ได้แล้วแต่ผู้เล่า) เพิ่งเรียนจบและเริ่มงานกราฟิกดีไซน์ในเอเจนซี่แห่งหนึ่ง เมื่องานออกแบบโปสเตอร์ชิ้นแรกที่ได้รับมอบหมายพิมพ์เสร็จออกมาสวยงามเรียบร้อย ลูกชายก็นำเอากลับบ้านไปอวดให้พ่อได้ชมผลงานจริงชิ้นแรกในชีวิตการทำงาน บทสนทนาดังกล่าวก็เริ่มต้นขึ้น… (บทสนทนานี้ก็ปรับเปลี่ยนตามสไตล์การเล่าของผู้เขียนเช่นกัน)

  • บันทึกไทยก้า (๒)

    ตีพิมพ์ในนิตยสาร Computer Arts เดือนกันยายน 2553 มกราคม 2553… ในที่สุดสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ก็ได้นายกสมาคมฯ คนใหม่ที่ชื่อ โอภาส ลิมปิอังคนันต์ จากบริษัท ฟอนทอรี่ จำกัด คุณโอภาสหรือที่ผมเรียกตามคุณสยาม อัตตริยะ ว่า “คุณฉี” ได้ทาบทามและรวบรวมผู้คนในวงการออกแบบกราฟิกและที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดตั้งคณะทำงานชุดใหม่เพื่อให้ไทยก้าได้เริ่มต้นก่อรูปก่อร่างอย่างจริงจัง วันนี้คณะทำงานมีบุคคลมากหน้าหลายตาขึ้น ภายใต้จุดมุ่งหมายเพื่อสร้างและส่งเสริมกิจกรรมที่ทำให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพการออกแบบกราฟิก ทำให้เกิดการยอมรับ สร้างชุดความรู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ งานต่างๆ ในช่วงต้นเป็นงานที่นับเป็นของแสลงต่อนักออกแบบหลายคนรวมทั้งตัวผมเองด้วย นั่นคืองานเอกสาร การปรับข้อบังคับ จดทะเบียนรายชื่อกรรมการกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสมาคมฯ คุณโอภาสกลับดำเนินสิ่งเหล่านี้ได้อย่างแข็งขันและดูเป็นเรื่องง่ายสำหรับนายกคนใหม่ ไม่กี่เดือนผ่านไปของแสลงเหล่านี้ก็ถูกจัดการจนเรียบร้อย เบื้องต้นพวกเราพยายามจะสร้างบรรยากาศในวิชาชีพ ด้วยการสร้างกิจกรรมที่ตอบสนองจุดมุ่งหมายหลายๆ ด้านที่กล่าวมาในเบื้องต้น เพื่อนำไปสู่อีกหลายๆ เรื่องที่น่าจะทำควบคู่ไปกับกิจกรรมทั้งหลาย แรกเริ่มมีแผนการเตรียมโครงการ 3 โครงการในปลายปีนี้ เช่น “โครงการกราฟิก ดี100” ที่จะรวบรวมผลงานที่ดีเด่น 100 ชิ้นในแต่ละปี จัดเก็บเป็นฐานข้อมูลและเผยแพร่เป็นนิทรรศการและหนังสือรวบรวมผลงาน “โครงการ แอบบอก ออกแบบ” ที่ต้องการนำผลงานออกแบบกราฟิกเข้าไปแทรกอยู่ในพื้นที่สาธารณะต่างๆ ในลักษณะชักชวนให้เห็นบทบาทของมัน และ “โครงการฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย” ที่จะจัดเป็นปีที่…

  • เมื่อนักออกแบบกราฟิกฝันถึงสันติภาพ

      สันติ ลอรัชวี พฤษภาคม 2553 เป็นหมุดปักทางความทรงจำอันใหม่ที่คนไทยส่วนใหญ่จะมีไว้ในหัวใจของตนเอง อาจแตกต่างกันไปว่าแต่ละคนจะปักหมุดนั้นในมุมไหนและลึกลงไปเท่าใด… หลังเหตุการณ์ตึงเครียดและสูญเสียคลี่คลายลง (อย่างน้อยก็ในเชิงสถานการณ์) อาจสังเกตได้ชัดว่าเกิดกระแสความเคลื่อนไหวมากมายจากภาคส่วนต่างๆ ของสังคมที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์แตกต่างกันไป แน่นอนว่าในแต่ละ ความเคลื่อนไหวจะถูกใจและไม่ถูกใจผู้คนไปในขณะเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่ ความรู้สึกของผู้เขียนเองก็เป็นเช่นนั้น ที่มีหลายความเคลื่อนไหว ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่อาจจะไม่จำเป็นหรือเป็นสิ่งที่ไม่ได้นำไปสู่แก่นแท้ของปัญหา … ในมุมหนึ่งของสังคม… กลุ่มนักออกแบบกราฟิกที่เริ่มรวมตัวกันในนามสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย (ThaiGa) มีความคิดที่อยากจะทำอะไรซักอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม จึงแสดงตัวออกมาในโครงการอาสาที่ชื่อว่า “GRAFIX” Design Thailand (www.thaiga.or.th/grafix) ที่รวบรวมนักออกแบบกราฟิกอาสาสมัคร เตรียมพร้อมสำหรับทำงานออกแบบให้กับภาคส่วนต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือในงานสร้างสรรค์อันเกี่ยวเนื่องมาจากสถานการณ์ หลายคนอาจมองว่างานออกแบบอาจยังไม่จำเป็น… หลายคนอาจมองว่าโครงการนี้อาจไม่ประสบความสำเร็จ ในแง่ของการเข้าถึงปัญหา… หลายคนอาจมองว่าโครงการนี้เป็นเพียงการประชาสัมพันธ์… และเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่มีอีกหลายมุมมองต่อความเคลื่อนไหวนี้… มุมมองข้างต้นน่าจะเป็นจริงได้ทุกข้อ… ถ้าเรามองแยกว่างานออกแบบไม่ใช่เรื่องเดียวกับ การใช้ชีวิตประจำวัน ความสำคัญและบทบาทของมันเองก็จะถูกลดทอน คุณค่าลงจนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถช่วยไปมีหน้าที่ในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญได้ ซึ่งถ้ามันเป็นอย่างนั้น… โครงการนี้ก็เห็นจะจริงที่เป็นเพียงการประชาสัมพันธ์วิชาชีพเท่านั้น… แต่สำหรับนักออกแบบกราฟิกหลายคนไม่ได้มองความเคลื่อนไหวนี้ในแง่ของ ความสำเร็จเชิงโครงการเท่านั้น นักออกแบบกราฟิกเป็นวิชาชีพที่มักได้รับ โจทย์เชิงพาณิชย์ที่เคร่งครัดในการทำงานเสมอ จนคนส่วนใหญ่ว่านั่นคือ บทบาทหน้าที่ของเขา นักออกแบบกราฟิกไม่จะเป็นต้องมีเสียงของตนเอง เราลิปซิงค์ด้วยลีลาที่สวยงามและสอดคล้องกับเพลงก็พอ ทั้งๆ ที่ในความคิดของนักออกแบบกราฟิกแต่ละคนย่อมจะมีสิ่งที่พวกเขารู้สึก มีความเห็น มีเนื้อหาเฉพาะตน…

  • As I Am

    Article from Catalogue of I am a Thai Graphic Designer™ Exhibition . . หลายคนคงตั้งคำถามว่าการที่คนกลุ่มหนึ่งออกมาบอกต่อสังคมว่า พวกเขาเป็นใครนั้น… พวกเขาทำไปเพื่ออะไร แล้วจะมาบอกกล่าวกันทำไม ทั้งทั้งที่คนจำนวนไม่น้อยก็รู้อยู่แล้วว่ามีอาชีพนี้อยู่ในสังคม… โครงการนี้เริ่มต้นจากสังคมเล็กๆ ในสำนักงานออกแบบแห่งหนึ่ง ที่ชักชวนกันในวง แคบๆ แสดงสถานะบางอย่างออกไปบนพื้นที่สาธารณะออนไลน์ ด้วยมุมมองเล็กๆ ที่เกิดมาจากการประกอบวิชาชีพและแวดวงการเรียนการสอน เรามองร่วมกันว่า นอกเหนือจากบทบาทที่ให้บริการงานออกแบบเพื่อเลี้ยงชีพอยู่นั้น ยังมีพื้นที่อื่นๆ ในสังคมที่นักออกแบบกราฟิกสามารถมีส่วนร่วมและสร้างประโยชน์ให้กับ พื้นที่นั้นๆ ได้อีก… บ่อยครั้งที่เรารับหน้าที่เป็นผู้คอยรับใช้ในการนำเสนอข้อสรุปจากนโยบายบริหาร จนทำให้เรายึดถือเป็นสถานะที่แท้จริงของเรา แล้วก็บ่อยครั้งที่เราพบว่าเรามักจะถูก จำกัดคุณภาพของผลงานจากข้อสรุปหรือพวกเราเรียกมันให้ดูดีว่า ‘โจทย์’ จึงทำให้หลายครั้งที่เราคิดว่าคงจะดีไม่น้อย ถ้าเรามีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ‘โจทย์’นั้นๆ… ดังนั้นการชูป้ายของเราในกลุ่มเล็กผ่านสังคมออนไลน์ จึงเป็นเพียงแค่การแสดงออก ไปว่า“ ‘ฉันคือใคร’ ‘ฉันทำอาชีพอะไร’ และ ‘ฉันมีท่าทีอย่างไรกับสิ่งที่ฉันทำ’ ” โดยคาดหวังการตอบสนองเพียงแค่ให้คนที่เห็น รับรู้ถึงการดำรงอยู่และมีท่าทีกับมัน ดังนั้นท่าทีของแต่ละคนที่พบเห็นการแสดงออกของพวกเราย่อมแตกต่างระดับกัน ตั้งแต่การมองผ่านเลย การมองเป็นเรื่องสนุกขำขัน การตั้งคำถาม และการให้ร่วมมือ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการพบเห็นการแสดงออกเหล่านี้ในเบื้องต้นผ่านคนไม่กี่คน ย่อมมีความแตกต่างทั้งเนื้อหาและพลังในการสื่อสาร เมื่อเทียบกับความร่วมมือจำนวนมากผ่านเว็บไซต์และสื่อสิ่งพิมพ์ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา… ผลงานที่ส่งเข้าร่วมมีมากกว่า 1,000…

  • บันทึกไทยก้า (มิถุนายน ๒๕๕๒)

    ตีพิมพ์ในนิตยสาร Computer Arts ฉบับเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๒ และเผยแพร่ใน http://www.anuthin.org บทความนี้เดิมทีตั้งใจจะเขียนถึงสัญลักษณ์ของสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย ที่เริ่มเผยแพร่ให้เห็นกันแล้ว แต่พอเริ่มเรียบเรียงความคิดที่จะเขียน กลับกลายเป็นว่า…วัตถุดิบในสมองผมมีแต่ข้อมูลที่เป็นเรื่องแวดล้อมของ สัญลักษณ์ตัวนี้ ผมจึงเขียนบทความนี้ขึ้นในลักษณะจดหมายเหตุเพื่อบันทึก เรื่องราวหนึ่งๆ ในช่วงเวลาหนึ่งๆ.. ที่ในอนาคต…อาจจะสำคัญหรือไม่ …ผมไม่อาจทราบได้ อีกทั้งพยายามจะหลีกเลี่ยงการวิเคราะห์และวิพากษ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เรื่องราวถูกนำเสนออย่างที่มันเป็น… เริ่มต้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ (2552) ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสร่วมรับประทานอาหารกับคุณวิสุทธิ์ มณีรัชตวรรณ นายกสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย, คุณสำเร็จ จารุอมรจิต แห่ง วี อาร์ ทู สตาร์ดัส พร้อมกับคุณวิเชียร โต๋ว และคุณสยาม อัตตริยะ แห่งคัลเลอร์ ปาร์ตี้ ซึ่งทุกท่านล้วนแต่เป็นกรรมการและเป็นกำลังสำคัญ ในการก่อตั้งสมาคมฯ นี้ขึ้นมาหลายปีแล้ว ในวันนั้น…บทสนทนาส่วนใหญ่เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเรื่อง การดำเนินการของสมาคมฯ ซึ่งหลายๆ คนคงทราบว่ามีสมาคมนี้เกิดขึ้น เมื่อหลายปีก่อน แต่อีกหลายๆ คนก็ไม่ทราบว่ามีการจัดตั้งสมาคมฯ กันขึ้นแล้ว ทั้งสี่ท่านที่ร่วมสนทนามีความตั้งใจอย่างมากในการที่จะให้สมาคมฯ เริ่มที่จะมีความเคลื่อนไหวและจัดกิจกรรมออกสู่สาธารณะ และเพื่อให้สมาคมฯ ได้ทำงานอย่างที่ควรจะเป็น อย่างน้อยก็จะทำให้…

  • โปสเตอร์กับความเป็นศิลปะสาธารณะ

    เป็นบทความขนาดสั้นที่เขียนขึ้นเพื่อลงวารสาร RAW MAT ในโอกาสนิทรรศการโปสเตอร์ “Design (alone) Cannot Change (everything)” แสดงระหว่างวันจันทร์ที่ 1-7 ธันวาคม 2551 ณ แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 1 สยาม ดิสคัพเวอรี่

  • Text of Yes, I am not

    WHILE I TRY TO UNDERSTAND THOSE WRITTEN WORDS SOMETHING JUST HITS ME IN A WEIRD WAY

  • ข้อเขียนในสูจิบัตรนิทรรศการ Yes, I am not โดย สันติ ลอรัชวี

    ใช่ครับ..ผมเปล่า หลายปีที่ผ่านมา ผมใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางการปะทะกันของข่าวสารมากมาย การปรากฏขึ้นของรายการโทรทัศน์ประเภทโต้วาที รายการคุยข่าว รายการผู้นำคุยกับประชาชน หนังสือพิมพ์ที่มีฝักฝ่ายทางการเมืองอย่างเด่นชัด โฆษณาที่แฝงตัวมาในรูปของบทความในหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และรายการโทรทัศน์ขนาดสั้น รวมถึงพรีเซนเตอร์สินค้าที่พยายามประกาศตัวว่าไม่ได้มาชวนเชื่อขายของ..

  • บันทึกการสอน 2550

    ผลงานสุดท้ายของวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ 5 ที่ผมสอนคู่กับอาจารย์อนุทิน วงศ์สรรคกร ที่ภาควิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นชั้นเรียนที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาที่มุมมอง ต่อสถานการณ์รอบตัวด้วยวิจารณญาณเชิงการออกแบบ ความพยายามของชั้นเรียนกำลังทดลอง ให้นักศึกษาออกแบบก้าวผ่านสถานะของผู้เพียงแค่ส่งผ่านสาร ไปสู่สถานะของผู้ผลิตตัวบทของสารที่ต้องการจะสื่อ

  • Environment Friendly Kitsch : Yes, I am not!!

    ประเด็นเรื่องความห่วงใยสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องใหม่ของสังคม และถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันในวงกว้าง ไม่เว้นแม้แต่ในวงการออกแบบทุกแขนง แต่ก็ดูเหมือนว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ กลับทวีความรุนแรงพอๆ กับอัตราการเพิ่มของกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ ในทุกมุมโลก ปัจจุบันกระแสโลกร้อนก็ขยายวงกว้างขึ้นไม่แพ้อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของโลกใบนี้ ซึ่งไม่ต่างจากกระแสอื่นๆ ที่สามารถนำไปทำมาค้าขายได้ จนเกิดกระแส “Global Warming Marketing” ที่เป็นศัพท์ใหม่ในหมู่นักการตลาด

  • วัตถุที่นำมาซึ่งความงาม

    หลายปีก่อน ผมค้นเจอเอกสารแปลฉบับหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังจัดระเบียบโต๊ะทำงานที่บ้าน เอกสารฉบับนี้…เพื่อนอาจารย์คนหนึ่งเคยมอบให้ผมมาเมื่อหลายปีก่อน ผมและเพื่อนคนนี้รู้จักกันจากการสอนในวิชาเดียวกันที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย เอกสารที่ว่าแปลมาจากงานเขียนของ กฤษณามูรติ เรื่อง “ความสวยงามกับการรับรู้” เธอบอกผมว่าเธอนั่งแปลมัน ระหว่างที่เธอเฝ้าไข้คุณพ่อที่โรงพยาบาล…

  • ถึงลูกศิษย์

    ผมอยากให้ทบทวนดูว่า ถ้าไม่จดจ่อไปกับผลงานการออกแบบที่น่าพอใจหรือดีเยี่ยมซักชิ้น คุณได้เรียนรู้อะไรบ้าง… จากเทอมที่ผ่านมา ผมเชื่อเสมอว่าการเรียนรู้อะไรซักอย่าง ไม่ได้หมายความว่าเราจำเป็นจะได้ผลลัพธ์(ผลงาน) ที่สวยงามเสมอไป แก่นของการศึกษายังน่าจะคงอยู่ที่กระบวนการเรียนรู้ พัฒนาทักษะ ความคิด และทัศนคติเชิงบวก มากกว่าการสร้าง Portfolio เพื่อเก็บไว้ใช้ประโยชน์ต่อไป สำหรับผมแล้ว…คุณภาพของคุณทุกคน สำคัญกว่าคุณภาพของผลงานคุณเสมอ แม้ว่าคุณภาพของคนอยู่ที่ผลของงาน แต่งานของคุณคือการพัฒนาตนเอง ไม่ใช่งานออกแบบที่เราสมมติมันขึ้นมาทำกันในชั้นเรียนนะ ไม่มีความจำเป็นต้องถอย… สำหรับคนที่ท้อ ไม่จำเป็นต้องหยุด… สำหรับคนที่มั่นใจ ผมเองในฐานะผู้สอน ไม่มีความสำคัญมากขนาดเป็นปัจจัยที่จะทำให้คุณเป็นนักออกแบบอย่างไร ผมเป็นเพียงแค่เหตุการณ์หนึ่งที่คุณผ่านมันไปแล้ว บัณฑิตย่อมรู้จักเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ตนเองประสบ ไม่ว่าเหตุการณืนั้นจะดีหรือร้ายก็ตาม…

  • คำถามฟุ้งตลบอบอวล จาก “The Orange Girl”

    Appelsinpiken (The Orange Girl) หรือ ส้มสื่อรัก Jostein Gaarder เขียน; จิระนันท์ พิตรปรีชา แปล; สำนักพิมพ์มติชน ^ Jostein Gaarder “…นั่งสบายๆ หรือยัง คุณผู้อ่าน? แล้าเราจะเริ่มคุยกัน”

  • Emeric Thibierge

    บทสัมภาษณ์ Emeric Thibierge โดย มะลิ จาตุรจินดา / สันติ ลอรัชวี ^ 7 มีนาคม 2550 ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอคองคอร์ด

  • พระนามบัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    จากบทสัมภาษณ์ของคุณฮิโรมิ อินาโยชิ นักออกแบบชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ออกแบบ พระนามบัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ชุดที่ท่านผู้อ่านเห็นอยู่นี้ ในวารสาร “ในวงการพิมพ์” (http://www.thethaiprinter.com) กล่าวไว้ว่าการได้รับโอกาสเป็นผู้ออกแบบ “พระนามบัตรในหลวง” นั้นมีที่มาจากการจัดนิทรรศการ แสดงผลงานการออกแบบสัญลักษณ์และสี ในงานของสหประชาชาติ ณ โรงแรมพลาซ่าแอทธินี เมื่อปี พ.ศ. 2545 และมีบุคคลในสำนักพระราชวังไปเห็นฝีมือ จึงให้ความสนใจและหารือ ถึงการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อถวายในหลวง เนื่องในวโกาสครบรอบ 75 พรรษา

  • ความคิดสร้างสรรค์บนกระดาษใบเล็ก

    วารสาร RawMat ฉบับที่ 2 ของสะสมอย่างหนึ่งของผมก็คือ นามบัตร ไม่ว่าจะเป็นนามบัตรของเพื่อน คนรู้จัก ลูกค้า บริษัทห้างร้านต่างๆ ผมจะพยายามเก็บสะสมไว้ ผมมีนามบัตรของเพื่อนบางคน ตั้งแต่ทำกันเองสมัยเรียน มาเป็นนามบัตรของที่ทำงานแห่งแรกจนกระทั่งเป็นนามบัตร ของบริษัทที่เป็นเจ้าของเอง รวมแล้วบางคนมีถึง 6-7 แบบด้วยกัน

  • คิดตรงเส้นกรอบ

    Graphic Design / I Design Magazine กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ฉบับที่ ๓๑ สำหรับนักออกแบบกราฟิกที่มีอายุนำหน้าด้วยเลขสามขึ้นไป คงจำบรรยากาศตอนทำอาร์ตเวิร์ค เมื่อซักสิบปีก่อนได้ดีว่ามีความยุ่งยากแค่ไหน กว่าจะได้ต้นแบบเพื่อที่เข้าสู่กระบวนการพิมพ์ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Camera-Ready Artwork หรือที่เราเรียกกันคุ้นปากว่า “อาร์ตเวิร์ค”

  • หนูไม่ชอบวาดรูปแล้วล่ะ

    Article / A Day Weekly Magazine พฤษภาคม ๒๕๔๗ ฉบับที่ ๑ น้องเตยตอน ป.๓ เป็นเด็กหญิงน่ารักน่าชัง ชอบวาดรูปเป็นชีวิตจิตใจ น้องเตยวาดต้นไม้ บ้าน พระอาทิตย์ ผีเสื้อ วาดพ่อ วาดแม่ วาดอาอี๊ อาเจ็ก อาเฮีย อาม่า ไม่มีเว้น เป็นที่ชื่นชมของผู้ใหญ่ในครอบครัว

  • สวัสดิกะ

    Article / A Day Weekly Magazine สิงหาคม ๒๕๔๗ ฉบับที่ ๑๓ ปัจุบันทัศนคติของผู้คนทั่วไปที่มีต่อสัญลักษณ์สวัสดิกะหรือเครื่องหมาย แห่งพรรคนาซีน่าจะแตกต่างไปจากผู้คนในยุคก่อนหน้านี้ และก็น่าจะแตกต่างไปจากผู้คนก่อนหน้าโน้นอีกที… การปรากฏสัญลักษณ์นี้ตามสิ่งของต่างๆ ในสังคมยุคบริโภค เช่น เสื้อยืด รอยสัก ลวดลายตามกำแพง เป็นต้น เวลาและยุคสมัยกลับค่าให้สัญลักษณ์ ที่เคยเป็นเครื่องหมายแห่งความรุนแรงและ เป็นที่ต่อต้านของผู้คนทั่วโลก เป็นเพียงลวดลายที่นำมาใช้ประดับตกแต่งเครื่องแต่งกายหรือเป็นแค่สัญลักษณ์ ของวัยรุ่นที่อยากจะนำเสนอความขัดแย้งกับสังคม แต่ระดับความเข้มข้นนั้น อาจเทียบไม่ได้กับที่มันเคยเป็น…

  • ภาพผู้ว่า

    ARTicle • a day weekly magazine • ฉบับที่ ๑๕ • สิงหาคม ๒๕๔๗ :: กระแสการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังคงเป็นที่สนใจของผมและอีกหลายๆคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งป้ายหาเสียงตามถนนหนทางต่างๆที่ถูกจัดทำขึ้นมาเพื่อสื่อสารถึงอัตลักษณ์และนโยบายการบริหารของแต่ละคน รูปแบบตัวอักษร ภาพที่ใช้ในการนำเสนอบุคลิกภาพและตัวตนของผู้สมัคร รวมถึงการใช้สีให้มีบทบาทสำคัญในการเป็นสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายแทนตัวผู้สมัครแต่ละคน สีฟ้า เขียว ส้ม ชมพู หรือแดง ก็สามารถทำให้ผู้คนสามารถรับรู้และนึกถึงตัวผู้สมัครได้ทันทีเหมือนกันเมื่อพบเห็นป้าย ใบปิด หรือเสื้อ ที่มีสีนั้นๆ กลวิธีทางการออกแบบถูกนำมาใช้เป็นปัจจัยสำคัญทางการเมืองสมัยใหม่ มีการกำหนดกลยุทธ์ทางการสื่อสารอย่างมีเป็นระบบ การใช้มืออาชีพทางการสื่อสารในด้านต่างๆเข้ามามีส่วนในการระดมสมองเพื่อเกิดประสิทธิภาพทางการสื่อสารสูงสุดกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการวางกลยุทธ์การสื่อสารหรือโน้มน้าว การสร้างคำ การออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ฯลฯ

  • เนื้อเสียงของนิตยสาร

    ARTicle • a day weekly magazine • ฉบับที่ ๑๘ • กันยายน ๒๕๔๗ แบบตัวอักษร โดย อนุทิน วงศ์สรรคกร วิธีที่ผมมักจะสังเกตว่าผู้คนในพื้นที่ต่างๆนั้นๆมีความสนใจในเรื่องอะไรบ้างเวลาไปต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ ก็คือการไปดูตามแผงนิตยสารของเมืองนั้นๆ มันทำให้ผมพอที่จะรับรู้เนื้อหา ทางสังคมของพื้นที่นั้นได้ดีพอสมควร ถึงแม้ว่าการปรากฏขึ้นของนิตยสารบางฉบับจะไม่ได้เกิดขึ้น จากความต้องการของผู้คนในสังคม แต่บางครั้งอาจมาจากความต้องการของผู้ผลิตนิตยสารเอง ไม่ว่าจะเป็นความต้องการทางการตลาดหรือเป็นความต้องการทางความสนใจหรือความชอบ อย่างไรก็ตามแผงนิตยสารสำหรับผมก็ยังเป็นเสมือนป้ายแนะนำตัวเองของเมืองหรือสังคมหนึ่งๆ ที่ผมจะต้องไปยืนเปิดหูเปิดตาอยู่เสมอ

  • ผู้ใหญ่ไม่กล้าวาดรูป

    ARTicle • a day weekly magazine • ฉบับที่ ๒๔ • ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๗ // ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม เป็นช่วงเวลาที่เด็กๆทั้งหลายจะได้พักสมอง จากการคร่ำเคร่งกับการไปโรงเรียน หลายๆคนได้มีโอกาสนอนตื่นสาย ออกไปเตร็ดเตร่วิ่งเล่นกับเพื่อนๆในละแวกแถวบ้าน ได้ไปเที่ยวสวนสัตว์ สวนสนุก สวนน้ำ และอีกสารพัดสวน เปิดหูเปิดตาไปกับสิ่งอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือตำราเรียน แต่อีกหลายๆคนก็น่าเห็นใจเพราะมี ความจำเป็นต้องไปเรียนพิเศษในช่วงปิดเทอมตามความเห็นชอบ ของพ่อแม่ผู้ปกครอง ทั้งติววิชาการหรือเรียนเสริมด้านอื่นๆ การเรียนเสริมของเด็กๆในยุคที่ทุกเรื่องดูจะเป็นการแข่งขันไปซะหมด แนวคิดในรูปแบบของการกำจัดจุดอ่อนดูจะเป็นที่ยอมรับในวงกว้างมากขึ้น วิธีการตัดตัวเลือกที่ไม่ต้องการออกให้เหลือเพียงคนคนเดียวหรือคนกลุ่มเดียว เพื่อให้ได้สิทธิในการทำหรือได้รับอะไรบางอย่าง อาจมีส่วนทำให้เรารู้สึกว่า เราไม่มีสิทธิที่จะทำอะไรบางอย่าง เพียงเพราะเราไม่ได้การยอมรับจากสังคม ว่าเราสามารถทำได้ดี เด็กๆหลายคนในยุคนี้จึงพยายามเริ่มที่จะสร้างสิทธิใน การทำอะไรบางอย่างด้วยวินัยและความเป็นเลิศ ซึ่งในบางแง่มุมผมว่าก็น่าจะดี แต่ก็อย่าลืมทำอะไรเล่นๆบ้างนะน้องๆ….

  • “จุด” หน่วยของแรงบันดาลใจ

    บทสนทนา โดย สันติ ลอรัชวี และ นาถวัฒน์ ธัมพิพิธ ภาพ : ผลงานชื่อ Be inspired No 1 จากนิทรรศการ Inspired by O Article / A Day Weekly Magazine พฤศจิกายน ๒๕๔๗ ฉบับที่ ๒๖ // ตั้งแต่เด็ก ผมมักทำอะไรตามใจตัวเอง เลือกเรียนวิชาที่อยากเรียน โดดเรียนวิชาที่ไม่ชอบ ฟังเพลงของนักดนตรีที่ชื่นชอบ อ่านหนังสือของนักเขียนคนโปรด ถ้าจะเรียกสิ่งเหล่านั้นว่าแรงบันดาลใจ มันก็บันดาลให้ผมตัดสินใจทำอะไรหลายๆ อย่างที่ส่งผลกับตัวผมจนถึงทุกวันนี้ เมื่อเอากล้องขยายส่องภาพพิมพ์ของตัวผมในปัจจุบันก็จะพบเม็ดสกรีนเล็กๆ หลากสีมากมาย เรียงตัวประกอบกันจนปรากฏภาพของคนๆ หนึ่ง ผมใช้กล้องขยายที่มีกำลังขยายมากขึ้นกว่าเดิมส่องดูอีกครั้ง ผมพบว่าในจุดเล็กๆ นั้นมีบางอย่างอยู่ในนั้น บางจุดคล้ายๆ บุคคลคุ้นเคย บางจุดคล้ายการ์ตูนที่เคยดูตอนเด็กๆ บางจุดมีข้อความจากหนังสือที่เคยอ่านอยู่ในนั้นและอีกหลายๆ จุดล้วนแล้วแต่มีสิ่งที่ประสบมาแล้วทั้งสิ้น…

  • สวนลุมฯ

    ๑๒ ก.ย. ๔๖ กลางปี ๒๕๔๕ ผมได้มีโอกาสพาคุณนายบังเอิญไปเดินเล่นที่สวนลุมพินีอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปจากสวนแห่งนี้กว่า ๑๕ ปี… มีบางอย่างเกิดขึ้นในความคิดของผม ณ สวนแห่งนี้…

  • กรุงเทพฯ อวดดี

    บทบรรณาธิการหนังสือ กรุงเทพฯ อวดดี มีนาคม ๒๕๔๕ ถ้าจะพูดว่า ภาพของเมืองหลวงโดยส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะ ตึกระฟ้า ป่าคอนกรีต มลพิษ ชีวิตกลางคืน ก็คงจะมีคนไม่เห็นด้วย เพราะน่าจะมีอีกหลายคนที่มองเห็น ความต่างออกไปจากภาพลักษณ์มหานครที่สับสนวุ่นวาย เพราะความต่างที่ว่าอาจจะนำมา สู่ความเป็นรูปแบบเฉพาะ อาจจะทำให้เมืองแต่ละเมืองมีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลต่างกันออกไป ในเมืองหนึ่งจุดที่น่าหลงใหลของแต่ละคนก็อาจจะแตกต่างกัน บางคนชอบสภาพของเมืองตอนกลางวัน ในขณะที่บางคนอาจจะชอบสภาพตอนกลางคืน