ศูนย์กลางอยู่ทุกหนแห่ง

บทความว่าด้วยการสำรวจตัวพิมพ์ไทยฉบับย่อ โดย สันติ ลอรัชวี หากย้อนกลับไปสำรวจแบบตัวพิมพ์ไทย ในช่วงศตวรรษที่ ๑๘  จะพบว่ากว่าหนึ่งร้อยปีที่การพิมพ์ในประเทศไทยได้ขาดช่วงไป จนกระทั่งถึงช่วงต้นยุครัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๒๕) กระบวนการพิมพ์จึงได้กลับสู่เมืองไทย ทำให้รูปแบบตัวอักษรไทยเกิดความก้าวหน้าขึ้นอีกครั้ง ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช นอกเหนือจากเรื่องราวแสนโรแมนติกของออกขุนศรีวิศาลวาจาและแม่การะเกด จากละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของคนไทยอยู่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ แล้ว ยังมีหลักฐานอ้างอิงได้อีกว่า ในยุคนั้นการพิมพ์ในประเทศไทยกำลังสร้างปฐมบทขึ้น จากการเดินทางของคณะมิชชันนารีคาทอลิกจากฝรั่งเศสเข้ามาในไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๕ ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมีสังฆราชหลุยส์ ลาโน (Louis Laneau) ได้แต่ง แปล และพิมพ์หนังสือคำสอนทางคริสต์ศาสนา เป็นภาษาไทยจำนวน ๒๖ เล่ม หนังสือไวยกรณ์ไทยและบาลี ๑ เล่ม และพจนานุกรมไทยอีก ๑ เล่ม จากหนังสือ “หนึ่งรอยตัวเรียง” บันทึกว่า การเข้ามาสอนศาสนาและวิชาการต่างๆ เข้ามาอย่างเป็นระบบ และมีตำราเรียนประกอบของสัฆราชลาโน เหล่านี้อาจเป็นแรงจูงใจให้สมเด็จพระนารายณ์ฯ โปรดให้พระโหราธิบดี จัดทำหนังสือ “จินดามณี” อันมีเนื้อหาว่าด้วยระเบียบของภาษาอักรวิธีเบื้องต้น และวิธีแต่งโคลง […]

Read more "ศูนย์กลางอยู่ทุกหนแห่ง"

บันทึกการบรรยาย สัญศาสตร์การออกแบบ

โดย สันติ ลอรัชวี ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563 ผ่านโปรแกรม Zoom.us  สวัสดีครับ นักศึกษาและทุกท่านที่สนใจเข้ารับฟังบรรยายในครั้งนี้ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา Design Semiotics ภายใต้หลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต ขอขอบคุณหลักสูตรฯ มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับที่ให้โอกาสกับผมในการสอนวิชานี้มาอย่างต่อเนื่อง ทำไมนักออกแบบถึงสนใจสัญศาสตร์? ผมมารู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นผู้สอนวิชาสัญศาสตร์กับการออกแบบมาร่วม 10 ปีแล้ว อย่างไรก็ตามผมยอมรับกับตัวเองมาหลายปีแล้วว่า ตนเองเป็นเพียงนักออกแบบที่สนใจศึกษาสัญศาสตร์ และพยายามนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานออกแบบของตนเอง แนวทางการสอนของผมจึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เรียนเกี่ยวกับ แนวคิดด้านสัญศาสตร์ที่เชื่อมโยงอยู่ในกระบวนการออกแบบและการนำเสนอผลงาน รวมถึงการวิเคราะห์ หรือ ที่ผมมักเรียกว่า “การอ่านออก-เขียนภาพ (visual literacy)” ต่องานออกแบบให้ละเอียดละออยิ่งขึ้น ส่วนตัวจึงไม่เคยเชื่อมั่นว่าตนเองเข้าใจสัญศาสตร์ดีนัก แต่ความสนใจกลับทวีเพิ่มขึ้นตามลำดับ การสอน จึงเปรียบเป็นการเคี่ยวกรำให้ตัวเอง เรียนรู้ เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ รู้จักสัญศาสตร์ได้อย่างไร ผมรู้จักสัญศาสตร์จากคำแนะนำของอาจารย์ของผมท่านหนึ่ง เราเคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมเราเรียก “ม้า” ว่า “ม้า” แล้วทำไมเราถึงเขียนและอ่านคำว่า “ม้-า” ว่า “ม้า” ยังไม่รวมถึงการที่เราพูดหรือเขียน […]

Read more "บันทึกการบรรยาย สัญศาสตร์การออกแบบ"

อ่านออก เขียนภาพ

โดย สันติ ลอรัชวี (เอกสารประกอบเวิร์คช็อป Visual Literacy จัดโดย PRACTICAL Design Studio, 7 ต.ค. 2560) การอ่านภาพ (Visual Literacy)  อธิบายได้ว่าคือความสามารถในการเข้าใจและใช้ภาพ รวมทั้งความสามารถในการคิด ในการเรียน และแสดงออกของตัวเองต่อภาพที่มองเห็น ไม่มีใครปฏิเสธว่า “ภาพ” เป็นสิ่งหนึ่งช่วยให้การสื่อสารสมบูรณ์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาจสรุปได้ว่าการอ่านภาพคือความสามารถทางด้านการมองเห็นของมนุษย์ และใช้ความสามารถนั้นในการจำแนกและแปลความหมาย สิ่งที่มองเห็นเพื่อการติดต่อสื่อสารได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และมีสุนทรียภาพ คำว่า Visual Literacy สามารถแยกแปลความหมายของคำนี้ได้คือ “Visual” หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวกับจักษุประสาทหรือสิ่งที่ตามองเห็น ซึ่งอาจเรียกรวมว่า “ภาพ” ก็ได้ “Literacy” หมายถึงความสามารถในการอ่านเขียนหรือการเรียนรู้ “การอ่านออกเขียนภาพ” จึงเป็นรูปแบบของการคิดที่สำคัญ ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพทางการสื่อสารเชิงภาพให้กับนักออกแบบ การสื่อและรับสารทางสายตานั้นมีความผูกพันกับมนุษย์ก่อนจะมีภาษาพูดและเขียนด้วยซํ้า ภาพเขียนในผนังถํ้า การสังเกตสีของผลไม้ พัฒนามาเป็นสัญลักษณ์สากลมากมายที่เราใช้กันในปัจจุบัน หากแต่มนุษย์เริ่มคิดผ่านอิทธิพลของ ภาษาหลังจากที่อารยธรรมด้านภาษาของเราวิวัฒน์มาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นภาษา (Linguistics) จึงเป็นระบบการสื่อสารที่มี อิทธิพลต่อมนุษย์ เราทั้งใช้มันในการคิด การรับรู้ และการแสดงออก […]

Read more "อ่านออก เขียนภาพ"

ความท้าทายของการออกแบบ

เรียบเรียงจาก Series Foreward, Design Thinking, Design Theory Series ของ MIT Press โดย สันติ ลอรัชวี หนังสือชุด Design Thinking, Design Theory Series ของ MIT Press ได้ตีพิมพ์หนังสือที่เสนอแนวคิดและทฤษฎีการออกแบบที่ควรค่าแก่การอ่านหลายต่อหลายเล่ม ส่วนที่น่าสนใจคือบทบรรณาธิการชุดหนังสือ ( Series Foreward) ที่เขียนโดยสองบรรณาธิการ ได้แก่ เคน ฟรีดแมน และ อีริค สโทลเทอร์แมน ที่กล่าวถึงความเป็นมาของการออกแบบจนมาถึงความท้าทายที่นักออกแบบทุกสาขากำลังเผชิญร่วมกัน 10 ประการ อันเป็นประเด็นที่ชวนให้นักออกแบบมาคิดต่อถึงบทบาทหน้าที่ คุณค่า และนิยายามของสิ่งที่เรากำลังเรียกมันเป็นอาชีพ หากสิ่งที่เป็นกิจกรรมพื้นฐานที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคนนั่นคือ “การออกแบบ” สำหรับผม… ความท้าทายในบทนำนี้ ย่อมไม่การคาดการณ์ที่ชี้ขาดต่อความเป็นไปของนิยามและคุณค่าการออกแบบ วิธีการออกแบบ และนักออกแบบ หากเป็นคำถามพื้นฐานสำคัญที่อาจจะต้องหมั่นปรับปรุงคำตอบของตนเองให้สอดคล้องกับความเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของสิ่งที่กำลังทำ เข้าใจสิ่งที่กำลังเรียกขานตัวเอง ให้สัมพันธ์กับ “กาละ-เทศะ” อยู่เสมอ นิยามที่ว่าการออกแบบเป็นระบบความสัมพันธ์ยังคงสมเหตุสมผล […]

Read more "ความท้าทายของการออกแบบ"

Design is attitude

Helmut Schmid เกิดในปี 1942 ณ ประเทศออสเตรียในฐานะพลเมืองเยอรมัน เขาศึกษาในสวิสเซอร์แลนด์ที่โรงเรียนออกแบบบาเซิลภายใต้การสอนของ Emil Ruder, Kurt Hauert และ Robert Buchler เขาทำงานในเบอร์ลินตะวันตกและสตอกโฮล์ม (Grafisk Revy) ต่อมาที่มอนทรีออล (Ernst Roch Design) และแวนคูเวอร์ หลังจากนั้นเขาทำงานที่โอซาก้าให้ NIA (Taiho Pharmaceutical และ Sanyo) และในปี 1973-76 มาทำที่ ARE ในดัสเซลดอร์ฟเขาออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาลเยอรมนีและนายกรัฐมนตรี Willy Brandt และ Helmut Schmidt ออกแบบสัญลักษณ์การรณรงค์เลือกตั้งของพรรคคอมมิวนิสต์ ในปี 1976 และได้จัดแสดงนิทรรศการการออกแบบตัวอักษรเชิงการเมืองของเขา (politypographien) ที่ Print Gallery ในอัมสเตอร์ดัม จากนั้นหันมาเป็นนักออกแบบอิสระในโอซาก้าตั้งแต่ปี 1981 ได้รับเชิญเป็นสมาชิกของ AGI (Alliance Graphique Internationale) ตั้งแต่ปี […]

Read more "Design is attitude"

Designed by Empathy

(เผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร art4d พ.ศ. 2560) จากชุดบทความ The Evolution of Design Thinking ในวารสาร Harvard Business Review ฉบับเดือนกันยายน 2558 ที่โปรยหัวว่าความคิดเชิงออกแบบจะกลายเป็นศูนย์กลางของการวางกลยุทธ์ การสร้างนวัตกรรม และการจัดการทางวัฒนธรรมนั้น สร้างคำถามต่อผู้เขียนว่านักออกแบบจะมีบทบาทอย่างไรต่อปรากฏการณ์ที่ว่านี้ อีกทั้งยังนึกสงสัยว่าในอนาคต “Designer” จะถูกจำกัดความให้อยู่ในขอบเขตของเพียงการสร้างสรรค์เชิงกายภาพหรือไม่ และเป็นไปได้หรือไม่ต่อการเกิดขึ้นของคำเรียกผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการคิดเชิงออกแบบว่า “Design Thinker” รวมถึงการโต้แย้งกันที่เกิดขึ้นอย่างคำว่า “Design Thinking is Bullshit” จากนักออกแบบคนสำคัญ อย่างไรก็ดี ลินดา ไนแมน ผู้ก่อตั้ง Creativity at Work ก็ยังให้คำจำกัดความที่ทำให้นักออกแบบอย่างผู้เขียนเชื่อว่านักออกแบบมีส่วนสำคัญต่อการคิดเชิงออกแบบ จากบทความในเว็บไซต์เธออธิบายว่า “การคิดเชิงออกแบบคือกระบวนวิธีที่เหล่านักออกแบบใช้ในการแก้ปัญหาและการแสวงหาวิธีหรือทางออกที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยแกนหลักไม่ใช่การเพ่งความสำคัญไปที่ปัญหา แต่เป็นทางออกในการแก้ปัญหา และการปฏิบัติที่จะนำไปสู่สิ่งที่คาดหวังมากกว่า การคิดเชิงออกแบบนี้ดำเนินไปด้วยการใช้ตรรกะ จินตนาการ ญาณทัศนะ และการให้เหตุผลที่เป็นระบบ เพื่อสำรวจความเป็นไปได้และการสร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่ต้องการ ซึ่งจะเกิดผลดีกับลูกค้าหรือผู้ใช้งาน ในมุมมองของผู้เขียน คำจำกัดความนี้ให้เครดิตกับเหล่านักออกแบบไม่น้อย เนื่องจากมันได้สะท้อนว่ากระบวนวิธีที่นักออกแบบใช้ในการทำงานอยู่แล้วนั้นมีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน […]

Read more "Designed by Empathy"

ปฐมบทสู่หน้าว่างของการพิมพ์ไทย

ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช นอกเหนือจากเรื่องราวแสนโรแมนติกของออกขุนศรีวิศาลวาจาและแม่การะเกด จากละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของคนไทยอยู่ในขณะนี้ (พ.ศ. ๒๕๖๑) ยังมีหลักฐานอ้างอิงได้อีกว่า ในยุคนั้นการพิมพ์ในประเทศไทยกำลังสร้างปฐมบทขึ้น จากการเดินทางของคณะมิชชันนารีคาทอลิกจากฝรั่งเศสเข้ามาในไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๕ ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมีสังฆราชหลุยส์ ลาโน (Louis Laneau) ได้แต่ง แปล และพิมพ์หนังสือคำสอนทางคริสต์ศาสนา เป็นภาษาไทยจำนวน ๒๖ เล่ม หนังสือไวยกรณ์ไทยและบาลี ๑ เล่ม และพจนานุกรมไทยอีก ๑ เล่ม จากหนังสือ “หนึ่งรอยตัวเรียง” เขียนว่าการเข้ามาสอนศาสนาและวิชาการต่างๆ อย่างเป็นระบบ และมีตำราเรียนประกอบของสังฆราชลาโน อาจเป็นแรงจูงใจให้สมเด็จพระนารายณ์ฯ โปรดให้พระโหราธิบดี จัดทำหนังสือ “จินดามณี” อันมีเนื้อหาว่าด้วยระเบียบของภาษาอักรวิธีเบื้องต้น และวิธีแต่งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เพื่อสอนแก่เข้าขุนมูลนายและสำนักเรียนในวัด ตลอดจนชาวบ้านทั่วไป นับเป็นแบบเรียนภาษาไทยเล่มแรกและสืบทอดต่อกันมาจนถึงยุครัตนโกสินทร์ น่าเสียดายที่หนังสือจินดามณีที่เขียนจากสมุดข่อยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์คัดลอกต่อกันมาโดยไม่ได้จารวันเวลาที่เขียนเอาไว้ จึงทำให้ไม่สามารถระบุได้ว่าเล่มใดเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นในยุคสมัยนี้ สังฆราชลาโนยังสร้างศาลาเรียนขึ้น ในพื้นที่พระราชทานที่ตำบลเกาะพราหมณ์เหนือกรุงเก่าขึ้นไป และได้ตั้งโรงพิมพ์ขึ้นที่โรงเรียนแห่งนี้ ตามบันทึกของ ท่านเจษฎาจารย์ ฟ. ฮีแลร์ […]

Read more "ปฐมบทสู่หน้าว่างของการพิมพ์ไทย"

สันติวิธี ที่ ๑

หนังสือรวมบทความ โดย สันติ ลอรัชวี จัดพิมพ์ โดย คัดสรรดีมาก บรรณาธิการและออกแบบปก – อนุทิน วงศ์สรรคกร กองบรรณาธิการ – กรดา ศรีทองเกิด รูปเล่มและศิลปกรรม – ธนโชติ ทรัพย์เรืองนาม ภาพหนังสือโดย คัดสรรดีมาก คำนำผู้เขียน Give me your story, I’ll give you mine. ครั้งหนึ่งคุณพิชญา ศุภวานิช ชักชวนให้ผมร่วมแสดงผลงานศิลปะในนิทรรศการที่เธอเป็นภัณฑรักษ์ นิทรรศการนั้นมีชื่อว่า สถานพักตากอากาศ (Resort) ซึ่งเป็นนิทรรศการศิลปะที่พยายามจะขยายความหมายของการพัก ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวเราที่เดินหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการทำความเข้าใจในที่พักอาศัยที่ไม่ใช่แค่ก้อนสถาปัตยกรรม แต่เป็นสถานที่ที่ถูกค้นพบคุณค่าอันแท้จริงของการใช้ชีวิตอยู่ เธอถามถึงรีสอร์ตแบบของผม ซึ่งท้ายที่สุดคำตอบของผมก็ปรากฏอยู่ในสูจิบัตรนิทรรศการว่า “รีสอร์ตสำหรับผมในบางครั้ง ไม่ได้สัมพันธ์กับสถานที่ หลักแหล่ง หรือเวลา หากแต่เชื่อมโยงกับการที่เราได้ถ่ายเทอะไรบางสิ่งในความคิด ความรู้สึกของเราไปกักเก็บไว้ยังอีกพื้นที่หนึ่ง มันมีความย้อนแย้งในการตัดสินใจว่า… เราอยากจะจดจำสิ่งเหล่านั้น หรือจริงๆ แล้วเราอยากจะลืมมัน มันคงมีอะไรที่คล้ายคลึงกับการจดบันทึกประจำวัน หากแต่คำว่า ‘บันทึก’ […]

Read more "สันติวิธี ที่ ๑"

“การออกแบบคืออะไร” คำถามที่ถูกทบทวนตลอดชีวิต (ฉบับลำลอง)

โดย สันติ ลอรัชวี สำหรับภาษาไทย แม้ว่าพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานไม่ได้บรรจุความหมายของคำว่า “ออกแบบ” ไว้ แต่ในวิชาชีพและชีวิตประจำวันคำว่า “ออกแบบ” ถูกให้คำจำกัดความและมีการอภิปรายไว้อย่างกว้างขวางและหลากหลาย ทั้งในคำจำกัดความพื้นฐานหรือเฉพาะเจาะจงก็ตาม หากเริ่มสำรวจความหมายจากพจนานุกรมแล้ว Merriam Webster Dictionary ก็ได้ให้คำนิยามต่อคำว่า design ที่เป็นทั้งคำนามและคำกริยาออกมาชุดหนึ่ง ครอบคลุมกินความไว้ดังนี้

Read more "“การออกแบบคืออะไร” คำถามที่ถูกทบทวนตลอดชีวิต (ฉบับลำลอง)"

สิ่งที่นักออกแบบต้องเรียนรู้ 

เรียบเรียงจากบทความของ Eric Madsen, What designers must learn (aiga.org) Eric Madson แนะนำไว้ในบทความว่า…หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดที่นักเรียนออกแบบกราฟิกในอนาคตสามารถทำได้คือการค้นพบตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เกี่ยวกับอาชีพนอกหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ในช่วงต้นของการเรียนควรไปที่บริษัทออกแบบและพูดคุยกับคนที่ประสบความสำเร็จ การฝึกฝนนี้จะช่วยให้พวกคุณรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาต้องการจากหลักสูตรของโรงเรียนออกแบบ แล้วจะทำให้คุณสามารถเชื่อมโยงกับความเป็นจริงของอาชีพได้ และในทางกลับกันมันจะทำให้เราถูกรู้จักมากขึ้นในอุตสาหกรรมการจ้างงาน นักเรียนควรจะเรียกร้องสถาบันให้นักออกแบบจากภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการบรรยาย การวิพากษ์วิจารณ์ หรือการมอบหมายโครงการพิเศษ รวมถึงจัดทัวร์สตูดิโอด้วย ฉันขอแนะนำให้ฝึกงานและควรแสดงพอร์ตโฟลิโอของตนเอง เพื่อทบทวนหลังจากปีที่สองและสามหรือแม้แต่ในแต่ละเทอมของปีนั้น ๆ ในการฝึกงานนักเรียนจะได้เรียนรู้ว่าเรื่องใดเป็นสิ่งสำคัญจากสิ่งที่ได้เรียนและฝึกฝนมาจากมหาวิทยาลัย การมีประสบการณ์ต่อปัญหาด้านการออกแบบที่หลากหลายเป็นสิ่งจำเป็น แนวคิดหรือเบื้องหลังการออกแบบก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการทำงาน เราจะพบว่าความรู้เชิงปฏิบัติและทักษะการผลิตนั้นมีความสำคัญเช่นเดียวกับทฤษฎี การได้สัมผัสกับการดำเนินธุรกิจขั้นพื้นฐานจะเป็นประโยชน์ รวมถึงความสำคัญของพอร์ทโฟลิโอที่ควรรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดเพียงสิ่งเดียว เพราะในช่วงเวลาของการสัมภาษณ์ ผลงานของคุณก็กลายเป็นเพียงงานนักเรียน พวกคุณควรเรียนรู้ว่าความสามารถในการเขียนและพูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้กระทั่งการสะกดอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ พื้นฐานลูกค้าของนักออกแบบคือโลกธุรกิจ และนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จคือผู้ที่กำลังเตรียมที่จะสื่อสารกับตลาดนี้ การออกแบบเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของกระบวนการเท่านั้น การวางแผน การฟัง การเขียน การประมาณเวลา และการให้คำแนะนำ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทของนักออกแบบ…

Read more "สิ่งที่นักออกแบบต้องเรียนรู้ "

ศิลปะความเป็นตัวเอง / สัญชาตญาณ / และความหลงใหลแบบสามหน่อ

ไม่นานมานี้… ผมได้รับรางวัลที่สำคัญของชีวิตการเป็นนักออกแบบ อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นรางวัลจากรายการประกวดหรือแข่งขันใด หากแต่เริ่มต้นด้วยการรับโทรศัพท์จากคุณแจง เต็มศิริ คูสุโรจน์ แห่ง Propaganda ใจความว่าพี่แก่ สาธิต กาลวันตวานิช อยากขอนัดเข้ามาพบ โดยแจ้งเบื้องต้นเพียงว่าอยากเข้ามาเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับงานโครงการหนึ่ง แน่นอนว่า…ผมตอบรับในทันที ย้อนกลับไป…นอกจากชื่นชมพี่สาธิตผ่านผลงานของสามหน่อ บริษัทกราฟิกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในช่วงเวลาต้นปี พ.ศ. 2530 แล้ว ภายหลังผมยังมาสนใจสามหน่อมากขึ้นในฐานะสตูดิโอออกแบบกราฟิกรุ่นบุกเบิก ที่ทำให้งานออกแบบกราฟิกมีที่ทางของตัวเอง แยกตัวออกจากบริษัทโฆษณาออกมาได้อย่างชัดเจน ผมเริ่มค้นคว้าและประกอบข้อมูลถึงความเป็นมาของพี่สาธิตและบุคลากรสำคัญมากมายเพื่อเห็นภาพทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของอุตสาหกรรมการออกแบบกราฟิกไทย

Read more "ศิลปะความเป็นตัวเอง / สัญชาตญาณ / และความหลงใหลแบบสามหน่อ"

COFFEE ONLY IN THE LAND OF TEA

ตีพิมพ์ในนิตยสาร art4d โดย สันติ ลอรัชวี Photos by Kwanchai Akkaratammagul and Nattapong Daovichitr Images courtesy of Santi Lawrachawee. All right reserved. การเดินทางมักมีเรื่องราวให้เราประทับใจแตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง ความประทับใจนั้นไม่เคยจำกัดความสำคัญ เชื้อชาติ ขนาด หรือปูมหลังใดๆ บางครั้งเพียงแค่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่เรารู้สึกพิเศษกับผู้คนซักคน เหตุการณ์ธรรมดา หรือสถานที่เล็กๆ ซักแห่ง…  ท่ามกลางใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีในโตเกียว อากาศแสนสบายสำหรับมนุษย์เขตร้อนชื้น ครั้งนี้…ผมและเพื่อนๆ ร่วมทางมีจุดมุ่งหมายหลากหลายทีเดียวในการเดินทางครั้งนี้ เราตั้งใจจะไปร้านอาหารและร้านขนมหลายร้าน ไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ ชาวญี่ปุ่น การมาประชุมงานที่จะได้ร่วมทำ มาร่วมงานรับรางวัลผลงานออกแบบของบริษัท ช็อปปิ้ง ไปชมละครคาบูกิ ตีเบสบอลกับเครื่องขว้างลูกอัตโนมัติ จับตุ๊กตา และที่ขาดไม่ได้คือ การไปชมนิทรรศการต่างๆ ที่พิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่ โดยไฮไลท์ของทริปนี้ คือ Tokyo Designers Week และงานเทศกาลศิลปะ Yokohama Triennale สำหรับ 9 […]

Read more "COFFEE ONLY IN THE LAND OF TEA"

BERLIN: TYPE TRIP / TYPE HYPE

ตีพิมพ์ในนิตยสาร art4d : 220, November 2014 โดย สันติ ลอรัชวี (Santi Lawrachawee) Images courtesy of Santi Lawrachawee. All right reserved. การเดินทางมักมีเรื่องราวให้เราประทับใจแตกต่างกันไปแต่ละครั้ง ความประทับใจนั้นไม่เคยจำกัดความสำคัญ เชื้อชาติ ขนาด หรือปูมหลังใดๆบางครั้งเพียงแค่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่เรารู้สึกพิเศษกับผู้คนซักคน เหตุการณ์ธรรมดา หรือสถานที่เล็กๆ ซักแห่ง… เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญไปร่วมบรรยายและเวิร์คช็อปที่งาน GRANSHAN Munich 2014 ที่ประเทศเยอรมนี เป็นงานสัมมนาเกี่ยวกับการออกแบบตัวหนังสือในกลุ่ม Non-Latin ซึ่งก็คือ ตัวหนังสือที่ไม่ได้มีที่มาจากตัวอักษรละตินอย่างตัวอักษรภาษาไทย ฮิบรู ญี่ปุ่น พม่า จีน ฯลฯ โดยวิทยากรที่มาบรรยายก็มาจากชาติต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากสำหรับผม ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณมิสเตอร์ บอริส โกชาน (Boris Kochan) และทีมงานเป็นอย่างมากที่มอบโอกาสที่ล้ำค่านี้ให้ ผมแจ้งคุณอันย่า (Anja Kurz) ผู้ประสานงานโครงการนี้ไปแต่ต้นว่า ผมมีความตั้งใจจะเดินทางไปเบอร์ลินหลังจากเสร็จงานที่มิวนิค […]

Read more "BERLIN: TYPE TRIP / TYPE HYPE"

บางส่วนจาก VIGNELLI CANON

สันติ ลอรัชวี เรียบเรียงบางส่วนจาก Vignelli Canon – Vignelli Associates ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นแนวทางในการเชื่อมโยงที่ดีของการออกแบบกับแนวคิดบางส่วนของสัญศาสตร์ Massimo Vignelli ได้กล่าวถึง Semantic, Syntactic และ Pragmatic ไว้อย่างเข้าใจได้ไม่ยากในหนังสือ Vignelli Canon

Read more "บางส่วนจาก VIGNELLI CANON"

กราฟิกดีไซน์เนอร์ของวันพรุ่งนี้

โดย สันติ ลอรัชวี เคยมีบทสนทนาที่เล่าต่อกันมาในหมู่กราฟิกดีไซน์เนอร์ เป็นบทสนทนาระหว่างพ่อกับลูกที่เป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์ เรื่องมีอยู่ว่าลูกชาย (หรือลูกสาวก็ได้แล้วแต่ผู้เล่า) เพิ่งเรียนจบและเริ่มงานกราฟิกดีไซน์ในเอเจนซี่แห่งหนึ่ง เมื่องานออกแบบโปสเตอร์ชิ้นแรกที่ได้รับมอบหมายพิมพ์เสร็จออกมาสวยงามเรียบร้อย ลูกชายก็นำเอากลับบ้านไปอวดให้พ่อได้ชมผลงานจริงชิ้นแรกในชีวิตการทำงาน บทสนทนาดังกล่าวก็เริ่มต้นขึ้น… (บทสนทนานี้ก็ปรับเปลี่ยนตามสไตล์การเล่าของผู้เขียนเช่นกัน)

Read more "กราฟิกดีไซน์เนอร์ของวันพรุ่งนี้"

บันทึกไทยก้า (๒)

ตีพิมพ์ในนิตยสาร Computer Arts เดือนกันยายน 2553 มกราคม 2553… ในที่สุดสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ก็ได้นายกสมาคมฯ คนใหม่ที่ชื่อ โอภาส ลิมปิอังคนันต์ จากบริษัท ฟอนทอรี่ จำกัด คุณโอภาสหรือที่ผมเรียกตามคุณสยาม อัตตริยะ ว่า “คุณฉี” ได้ทาบทามและรวบรวมผู้คนในวงการออกแบบกราฟิกและที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดตั้งคณะทำงานชุดใหม่เพื่อให้ไทยก้าได้เริ่มต้นก่อรูปก่อร่างอย่างจริงจัง วันนี้คณะทำงานมีบุคคลมากหน้าหลายตาขึ้น ภายใต้จุดมุ่งหมายเพื่อสร้างและส่งเสริมกิจกรรมที่ทำให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพการออกแบบกราฟิก ทำให้เกิดการยอมรับ สร้างชุดความรู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ งานต่างๆ ในช่วงต้นเป็นงานที่นับเป็นของแสลงต่อนักออกแบบหลายคนรวมทั้งตัวผมเองด้วย นั่นคืองานเอกสาร การปรับข้อบังคับ จดทะเบียนรายชื่อกรรมการกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสมาคมฯ คุณโอภาสกลับดำเนินสิ่งเหล่านี้ได้อย่างแข็งขันและดูเป็นเรื่องง่ายสำหรับนายกคนใหม่ ไม่กี่เดือนผ่านไปของแสลงเหล่านี้ก็ถูกจัดการจนเรียบร้อย เบื้องต้นพวกเราพยายามจะสร้างบรรยากาศในวิชาชีพ ด้วยการสร้างกิจกรรมที่ตอบสนองจุดมุ่งหมายหลายๆ ด้านที่กล่าวมาในเบื้องต้น เพื่อนำไปสู่อีกหลายๆ เรื่องที่น่าจะทำควบคู่ไปกับกิจกรรมทั้งหลาย แรกเริ่มมีแผนการเตรียมโครงการ 3 โครงการในปลายปีนี้ เช่น “โครงการกราฟิก ดี100” ที่จะรวบรวมผลงานที่ดีเด่น 100 ชิ้นในแต่ละปี จัดเก็บเป็นฐานข้อมูลและเผยแพร่เป็นนิทรรศการและหนังสือรวบรวมผลงาน “โครงการ แอบบอก ออกแบบ” ที่ต้องการนำผลงานออกแบบกราฟิกเข้าไปแทรกอยู่ในพื้นที่สาธารณะต่างๆ ในลักษณะชักชวนให้เห็นบทบาทของมัน และ “โครงการฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย” ที่จะจัดเป็นปีที่ […]

Read more "บันทึกไทยก้า (๒)"

เมื่อนักออกแบบกราฟิกฝันถึงสันติภาพ

  สันติ ลอรัชวี พฤษภาคม 2553 เป็นหมุดปักทางความทรงจำอันใหม่ที่คนไทยส่วนใหญ่จะมีไว้ในหัวใจของตนเอง อาจแตกต่างกันไปว่าแต่ละคนจะปักหมุดนั้นในมุมไหนและลึกลงไปเท่าใด… หลังเหตุการณ์ตึงเครียดและสูญเสียคลี่คลายลง (อย่างน้อยก็ในเชิงสถานการณ์) อาจสังเกตได้ชัดว่าเกิดกระแสความเคลื่อนไหวมากมายจากภาคส่วนต่างๆ ของสังคมที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์แตกต่างกันไป แน่นอนว่าในแต่ละ ความเคลื่อนไหวจะถูกใจและไม่ถูกใจผู้คนไปในขณะเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่ ความรู้สึกของผู้เขียนเองก็เป็นเช่นนั้น ที่มีหลายความเคลื่อนไหว ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่อาจจะไม่จำเป็นหรือเป็นสิ่งที่ไม่ได้นำไปสู่แก่นแท้ของปัญหา … ในมุมหนึ่งของสังคม… กลุ่มนักออกแบบกราฟิกที่เริ่มรวมตัวกันในนามสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย (ThaiGa) มีความคิดที่อยากจะทำอะไรซักอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม จึงแสดงตัวออกมาในโครงการอาสาที่ชื่อว่า “GRAFIX” Design Thailand (www.thaiga.or.th/grafix) ที่รวบรวมนักออกแบบกราฟิกอาสาสมัคร เตรียมพร้อมสำหรับทำงานออกแบบให้กับภาคส่วนต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือในงานสร้างสรรค์อันเกี่ยวเนื่องมาจากสถานการณ์ หลายคนอาจมองว่างานออกแบบอาจยังไม่จำเป็น… หลายคนอาจมองว่าโครงการนี้อาจไม่ประสบความสำเร็จ ในแง่ของการเข้าถึงปัญหา… หลายคนอาจมองว่าโครงการนี้เป็นเพียงการประชาสัมพันธ์… และเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่มีอีกหลายมุมมองต่อความเคลื่อนไหวนี้… มุมมองข้างต้นน่าจะเป็นจริงได้ทุกข้อ… ถ้าเรามองแยกว่างานออกแบบไม่ใช่เรื่องเดียวกับ การใช้ชีวิตประจำวัน ความสำคัญและบทบาทของมันเองก็จะถูกลดทอน คุณค่าลงจนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถช่วยไปมีหน้าที่ในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญได้ ซึ่งถ้ามันเป็นอย่างนั้น… โครงการนี้ก็เห็นจะจริงที่เป็นเพียงการประชาสัมพันธ์วิชาชีพเท่านั้น… แต่สำหรับนักออกแบบกราฟิกหลายคนไม่ได้มองความเคลื่อนไหวนี้ในแง่ของ ความสำเร็จเชิงโครงการเท่านั้น นักออกแบบกราฟิกเป็นวิชาชีพที่มักได้รับ โจทย์เชิงพาณิชย์ที่เคร่งครัดในการทำงานเสมอ จนคนส่วนใหญ่ว่านั่นคือ บทบาทหน้าที่ของเขา นักออกแบบกราฟิกไม่จะเป็นต้องมีเสียงของตนเอง เราลิปซิงค์ด้วยลีลาที่สวยงามและสอดคล้องกับเพลงก็พอ ทั้งๆ ที่ในความคิดของนักออกแบบกราฟิกแต่ละคนย่อมจะมีสิ่งที่พวกเขารู้สึก มีความเห็น มีเนื้อหาเฉพาะตน […]

Read more "เมื่อนักออกแบบกราฟิกฝันถึงสันติภาพ"

As I Am

Article from Catalogue of I am a Thai Graphic Designer™ Exhibition . . หลายคนคงตั้งคำถามว่าการที่คนกลุ่มหนึ่งออกมาบอกต่อสังคมว่า พวกเขาเป็นใครนั้น… พวกเขาทำไปเพื่ออะไร แล้วจะมาบอกกล่าวกันทำไม ทั้งทั้งที่คนจำนวนไม่น้อยก็รู้อยู่แล้วว่ามีอาชีพนี้อยู่ในสังคม… โครงการนี้เริ่มต้นจากสังคมเล็กๆ ในสำนักงานออกแบบแห่งหนึ่ง ที่ชักชวนกันในวง แคบๆ แสดงสถานะบางอย่างออกไปบนพื้นที่สาธารณะออนไลน์ ด้วยมุมมองเล็กๆ ที่เกิดมาจากการประกอบวิชาชีพและแวดวงการเรียนการสอน เรามองร่วมกันว่า นอกเหนือจากบทบาทที่ให้บริการงานออกแบบเพื่อเลี้ยงชีพอยู่นั้น ยังมีพื้นที่อื่นๆ ในสังคมที่นักออกแบบกราฟิกสามารถมีส่วนร่วมและสร้างประโยชน์ให้กับ พื้นที่นั้นๆ ได้อีก… บ่อยครั้งที่เรารับหน้าที่เป็นผู้คอยรับใช้ในการนำเสนอข้อสรุปจากนโยบายบริหาร จนทำให้เรายึดถือเป็นสถานะที่แท้จริงของเรา แล้วก็บ่อยครั้งที่เราพบว่าเรามักจะถูก จำกัดคุณภาพของผลงานจากข้อสรุปหรือพวกเราเรียกมันให้ดูดีว่า ‘โจทย์’ จึงทำให้หลายครั้งที่เราคิดว่าคงจะดีไม่น้อย ถ้าเรามีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ‘โจทย์’นั้นๆ… ดังนั้นการชูป้ายของเราในกลุ่มเล็กผ่านสังคมออนไลน์ จึงเป็นเพียงแค่การแสดงออก ไปว่า“ ‘ฉันคือใคร’ ‘ฉันทำอาชีพอะไร’ และ ‘ฉันมีท่าทีอย่างไรกับสิ่งที่ฉันทำ’ ” โดยคาดหวังการตอบสนองเพียงแค่ให้คนที่เห็น รับรู้ถึงการดำรงอยู่และมีท่าทีกับมัน ดังนั้นท่าทีของแต่ละคนที่พบเห็นการแสดงออกของพวกเราย่อมแตกต่างระดับกัน ตั้งแต่การมองผ่านเลย การมองเป็นเรื่องสนุกขำขัน การตั้งคำถาม และการให้ร่วมมือ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการพบเห็นการแสดงออกเหล่านี้ในเบื้องต้นผ่านคนไม่กี่คน ย่อมมีความแตกต่างทั้งเนื้อหาและพลังในการสื่อสาร เมื่อเทียบกับความร่วมมือจำนวนมากผ่านเว็บไซต์และสื่อสิ่งพิมพ์ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา… ผลงานที่ส่งเข้าร่วมมีมากกว่า 1,000 […]

Read more "As I Am"

บันทึกไทยก้า (มิถุนายน ๒๕๕๒)

ตีพิมพ์ในนิตยสาร Computer Arts ฉบับเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๒ และเผยแพร่ใน http://www.anuthin.org บทความนี้เดิมทีตั้งใจจะเขียนถึงสัญลักษณ์ของสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย ที่เริ่มเผยแพร่ให้เห็นกันแล้ว แต่พอเริ่มเรียบเรียงความคิดที่จะเขียน กลับกลายเป็นว่า…วัตถุดิบในสมองผมมีแต่ข้อมูลที่เป็นเรื่องแวดล้อมของ สัญลักษณ์ตัวนี้ ผมจึงเขียนบทความนี้ขึ้นในลักษณะจดหมายเหตุเพื่อบันทึก เรื่องราวหนึ่งๆ ในช่วงเวลาหนึ่งๆ.. ที่ในอนาคต…อาจจะสำคัญหรือไม่ …ผมไม่อาจทราบได้ อีกทั้งพยายามจะหลีกเลี่ยงการวิเคราะห์และวิพากษ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เรื่องราวถูกนำเสนออย่างที่มันเป็น… เริ่มต้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ (2552) ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสร่วมรับประทานอาหารกับคุณวิสุทธิ์ มณีรัชตวรรณ นายกสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย, คุณสำเร็จ จารุอมรจิต แห่ง วี อาร์ ทู สตาร์ดัส พร้อมกับคุณวิเชียร โต๋ว และคุณสยาม อัตตริยะ แห่งคัลเลอร์ ปาร์ตี้ ซึ่งทุกท่านล้วนแต่เป็นกรรมการและเป็นกำลังสำคัญ ในการก่อตั้งสมาคมฯ นี้ขึ้นมาหลายปีแล้ว ในวันนั้น…บทสนทนาส่วนใหญ่เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเรื่อง การดำเนินการของสมาคมฯ ซึ่งหลายๆ คนคงทราบว่ามีสมาคมนี้เกิดขึ้น เมื่อหลายปีก่อน แต่อีกหลายๆ คนก็ไม่ทราบว่ามีการจัดตั้งสมาคมฯ กันขึ้นแล้ว ทั้งสี่ท่านที่ร่วมสนทนามีความตั้งใจอย่างมากในการที่จะให้สมาคมฯ เริ่มที่จะมีความเคลื่อนไหวและจัดกิจกรรมออกสู่สาธารณะ และเพื่อให้สมาคมฯ ได้ทำงานอย่างที่ควรจะเป็น อย่างน้อยก็จะทำให้ […]

Read more "บันทึกไทยก้า (มิถุนายน ๒๕๕๒)"

โปสเตอร์กับความเป็นศิลปะสาธารณะ

เป็นบทความขนาดสั้นที่เขียนขึ้นเพื่อลงวารสาร RAW MAT ในโอกาสนิทรรศการโปสเตอร์ “Design (alone) Cannot Change (everything)” แสดงระหว่างวันจันทร์ที่ 1-7 ธันวาคม 2551 ณ แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 1 สยาม ดิสคัพเวอรี่

Read more "โปสเตอร์กับความเป็นศิลปะสาธารณะ"