Tag: Article
-
ขณะออกแบบ: รูปและความว่าง

ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบหรือวิชาชีพใดๆ เราต่างใช้ชีวิตอยู่กับความพยายามในการ “จัดการ” สิ่งต่างๆ รอบตัว ทุกครั้งที่เรามองเห็นวัตถุชิ้นหนึ่ง หรือสัมผัสกับพื้นที่ว่างในห้อง จิตของเราจะทำหน้าที่โดยอัตโนมัติในการฉายภาพความคิด ประสบการณ์ และอคติลงไปทับซ้อนสิ่งเหล่านั้น เราตัดสินว่าสิ่งนี้ “สวย” สิ่งนั้น “น่ารังเกียจ” หรือสิ่งโน้น “ไร้ค่า” จนเราเผลอลืมไปว่า คุณค่าเหล่านั้นเป็นเพียงเงาที่เราจินตนาการขึ้นมาเอง การออกแบบที่ผ่านมาส่วนใหญ่ของตนเอง จึงน่าจะเป็นการพยายามนำเอา “เงา” ของเราไปครอบงำความจริงของสิ่งนั้นสิ่งนี้ เพื่อให้มันตอบสนองต่อเจตจำนงและความต้องการที่เรานิยามขึ้น
-
เมื่อเรากล่าวคำว่า “ยินดีที่ได้รู้จัก” กับโลกใบนี้อย่างตั้งอกตั้งใจ

คำถามที่ว่า “เราจะรู้จักพื้นที่แห่งหนึ่งได้อย่างไร?” ในโลกการสื่อสารร่วมสมัยท่ามกลางการประดิษฐ์ซ้ำของข้อมูลจริงเท็จจำนวนมหาศาล จึงไม่ใช่แค่การมองผ่านเลนส์ของนักท่องเที่ยวหรือการค้นคว้าผ่านข้อมูลสำเร็จรูป สำหรับสันติ ลอรัชวี ผลงานศิลปะ “ภูเก็ต ยินดีที่ได้รู้จัก” ในเทศกาล Thailand Biennale, Phuket 2025 จึงเป็นกรณีศึกษาของการใช้กระบวนการออกแบบเป็นเครื่องมือในการสำรวจและนำเสนอความหมายของการดำรงอยู่และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพื้นที่ผ่านแว่นตาสัญศาสตร์และมานุษยวิทยา
-
Put [design] on the couch
![Put [design] on the couch](https://santivithee.design/wp-content/uploads/2026/03/img_2007.jpg)
are we human? เป็นหนึ่งในหนังสือด้านดีไซน์ที่ไม่จำกัดแค่นักออกแบบ แต่หากนักออกแบบได้อ่านก็น่าจะช่วยฉายภาพรอบตัวที่กำลังเผชิญได้ชัดขึ้นว่านักอกแบบอย่างเราจะมีเส้นทางต่อไปอย่างไรบ้าง… . notes on an archaeology of design” จึงเปรียบเสมือนแผนที่ ที่ลากโยงจากอดีตให้เราทบทวนการออกแบบของมนุษย์ในแว่นตาของนักโบราณคดี การหยิบยืมสายตาต่างศาสตร์อาจเป็นหนทางที่พึ่งพาได้อย่างมากในการส่องทางให้กัน ท่ามกลางโมงยามอันขมุกขมัวและพร่าเลือน ณ ขณะนี้
-
อนาคตหลังทุนนิยมที่กำลังถูกออกแบบ

.ยินดีที่ได้ข่าวว่า สนพ.นิสิตสามย่าน ได้ลิขสิทธิ์แปลหนังสือที่น่าสนใจเล่มนี้ 🤍.หากลองมองผ่านเนื้อหาจากหนังสือ Design after Capitalism ของ Matthew Wizinsky โดยเน้นไปที่การสำรวจบทบาทของผู้ออกแบบและอนาคตของสถาบันการศึกษาด้านการออกแบบในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ก็อาจจะพอสะท้อนให้พอเห็นท่วงทำนองของโลกการออกแบบที่จะเปลี่ยนไป.ในโลกที่ “ทุกอย่างถูกออกแบบมาแล้ว” ตั้งแต่แก้วกาแฟไปจนถึงอัลกอริทึมโซเชียลมีเดีย เรามักมองว่าการออกแบบเป็นเพียงเครื่องมือในการสร้างความสวยงามหรือการแก้ปัญหาเชิงธุรกิจ แต่ในหนังสือ Design after Capitalism เขากลับชวนมองลึกลงไปว่า การออกแบบคือ “การสร้างโลก” (World-making) ที่ส่งผลต่ออำนาจ ความสัมพันธ์ทางสังคม และความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์
-
เมื่อมนุษย์กลายเป็นเครื่องหมายคำถาม [?]
![เมื่อมนุษย์กลายเป็นเครื่องหมายคำถาม [?]](https://santivithee.design/wp-content/uploads/2026/02/are-we-human.webp)
และโลกคือสตูดิโอออกแบบที่ไม่มีเวลาเปิด-ปิด หากลองหยุดพิจารณาสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ตั้งแต่เสื้อผ้าที่สวมใส่ สมาร์ทโฟนในมือ ลิ้นหัวใจเทียมที่เต้นอยู่ในอกผู้คน ไปจนถึงยานโวเอเจอร์ที่กำลังเดินทางห่างออกไปวันละล้านไมล์ เราจะพบความจริงประการหนึ่งว่า “มนุษย์เป็นสายพันธุ์ที่แยกไม่ออกจากสิ่งประดิษฐ์” Beatriz Colomina และ Mark Wigley ได้เสนอแง่มุมที่น่าสนใจผ่านหนังสือปกเหลือง are we human? ว่า “หากมนุษย์คือเครื่องหมายคำถาม [?] การออกแบบก็คือวิธีการที่เราใช้หาคำตอบให้กับคำถามนั้น” การสำรวจประวัติศาสตร์การออกแบบจึงไม่ใช่แค่การดูวิวัฒนาการของเก้าอี้หรืออาคาร แต่มันคือ “โบราณคดีของความอยากรู้อยากเห็น” ที่ขุดลึกลงไปเพื่อดูว่า เราพยายามนิยามตัวเองอย่างไรในแต่ละยุคสมัย
-
Two Dimensional Note

บันทึกการเรียนการสอน วิชา 2 Dimensions Design ปีการศึกษา 2563คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชาการออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยกรุงเทพออกแบบและสอนโดย สันติ ลอรัชวีบันทึกและเรียบเรียงโดย อรรฆพงศ์ ผลประเสริฐ และ สันติ ลอรัชวี ผมโชคดีที่มีโอกาสได้กลับไปสอนวิชาพื้นฐานอย่างการออกแบบสองมิติ อันเป็นวิชาแรกที่ผมมีโอกาสได้สอนครั้งเป็นอาจารย์ใหม่ๆ เป็นวิชาที่ทำให้เราได้เข้าใจการทำงานที่ผ่านมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น และส่งผลให้ตนเองขยับขยายมุมมองและขอบเขตการทำงานออกไปได้หลังจากนั้น การได้มาสอนวิชานี้จึงช่วยตอกย้ำตนเองว่าพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาตนเอง และได้สอนและเรียนไปในตัวผ่านวิชาการออกแบบสองมิติมาอีก 6-7 ปี ร่วมสอนกับอาจารย์หลายท่าน และได้สอนนักศึกษาหลายภาควิชา เมื่ออาจารย์บอลล์ ปิยลักษณ์ เบญจดล มอบโอกาสนี้ให้ จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและตั้งใจว่าจะออกแบบการเรียนรู้อย่างจริงจังในการกลับมาสอนครั้งนี้ โดยได้มีโอกาสร่วมสอนกับ เต้ อรรฆพงศ์ ผลประเสริฐ ลูกศิษย์ที่ภายหลังได้มาร่วมทำโรงเรียนออกแบบด้วยกัน (PRACTICAL school of design) ในการสอนครั้งนี้ขอบคุณเต้เป็นอย่างสูงที่บันทึกการเรียนการสอนครั้งนี้ไว้ ทำให้ระหว่างที่กลับมาอ่านและเรียบเรียงนั้น รู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณอย่างมาก เพราะอย่างน้อยมันเป็นกระจกช่วยสะท้อนสิ่งที่เราได้ทำและเป็นแนวทางในการปรับปรุงต่อไป ส่วนท่านที่ได้อ่าน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ครับ
-
แนะนำหนังสือสัญศาสตร์กับการออกแบบกราฟิก
สันติ ลอรัชวีแปลและเรียบเรียงจากบทนำและบทส่งท้ายจากหนังสือ Fire Signs: A Semiotics Theory for Graphic Design โดย Steven Skaggs เมื่อผมเริ่มเปิดคอร์ส A stone in your mind กับ PRACTICAL school of design ที่มีเป้าหมายจะนำเอาแนวคิดทางสัญศาสตร์มาเป็นแกนกลางในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้านออกแบบ โดยกำหนดจุดเริ่มต้นที่ทุกคนร่วมทางกันได้อย่าง “ก้อนหิน” หนังสือเล่มหนึ่งที่ใช้เป็นคบเพลิงให้แสงสว่างนำทางทั้งความเข้าใจและแรงบันดาลใจก็คือ Fire Signs ของ Steven Skaggs แม้ทุกวันนี้อ่านจบอย่างงงๆ ไปแล้ว แต่แต่ต้องคอยมาแปลและตีความอยู่ตลอด เพื่อหาทางนำไปใช้และแบ่งปันกับผู้เข้าร่วมคอร์ส บทเรียบเรียงนี้คิดว่ามีประโยชน์มากต่อการฉายภาพอีกมุมของการออกแบบกราฟิก รวมไปถึงเป็นการป้ายยาให้หลายคนที่อาจสนใจไปหาอ่านต่อด้วยตัวเอง ————— เพียงบทนำของหนังสือ Fire Signs ของ Steven Skaggs ก็เพียงพอต่อการแจกแจงวิชาชีพกราฟิกดีไซน์ที่เปิดกว้าง ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “พาณิชย์ศิลป์” และ “การออกแบบกราฟิกร่วมสมัย” รวมถึงทิศทางและหน้าที่ของทฤษฎีการออกแบบกราฟิกที่ควรจะเป็น หากใครมีกำลังในการอ่าน ใคร่ขอแนะนำ หากใครไม่มีเวลา…
-
Gestalt 101 — Fool the eyes

สันติ ลอรัชวี นิทานเซนเรื่องหนึ่งสอนว่า…แรกเริ่ม…มองแม่น้ำก็เป็นแม่น้ำมองภูเขาก็เป็นภูเขาไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างเลยแต่ต่อมา… จะมองเห็นว่าแม่น้ำไม่ได้เป็นแม่น้ำ ภูเขาไม่เป็นภูเขาแม่น้ำก็เป็นเพียงธาตุ ภูเขาก็เป็นธาตุแต่เมื่อผ่านชีวิตมากขึ้น…กลับมามองเห็นแม่น้ำนั้นก็เป็นแม่น้ำภูเขาก็เป็นภูเขาดังเดิม Heraclitus นักปรัชญากรีกโบราณยังกล่าวไว้ว่าไม่มีใครที่ก้าวลงแม่น้ำสายเดิมได้เป็นครั้งที่สองเหตุเพราะแม่น้ำนั้นไม่ใช่สายเดิม คนๆ นั้น ก็ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปไม่ว่าแม่น้ำหรือบุคคลก็เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เมื่อเรายืนอยู่ชั้นบนของอาคารสูงแล้วมองออกไป…เห็นตึกรามบ้านช่อง ต้นไม้ และท้องฟ้าในทางทฤษฎีอาจกล่าวได้ว่าเราเห็นค่าความสว่างของแสงและความต่างของสีแต่เราก็ไม่ได้คิดว่าเห็นค่าอะไรทั้งนั้นเราเห็นมันเป็นรูปทรงรูปร่างที่ทำให้เราเข้าใจว่ามันคืออะไรหรือบ้างครั้งเราก็มองเห็นภาพรวมๆ นั้นเป็นฉากของเมืองอาจมีตึกบางตึกที่ทำให้เราบอกได้ว่านี่คือกรุงเทพฯ ที่เรารู้จัก เวลาที่เราฟังเพลง…เราก็ไม่ได้ใส่ใจแยกแยะหรือรับรู้ว่ากำลังได้ยินเสียงแต่ละโน้ตกำลังเรียงตัวกันสลับกันไปมาบ้าง ดังขึ้นพร้อมกันบ้าง ยกเสียงสูงขึ้นลงต่ำอย่างไรแต่เราได้ยินเป็นท่วงทำนองดนตรี ไพเราะหรือไม่คงขึ้นอยู่กับคุณ ที่กล่าวมา… มันน่าสนใจอย่างไร ย้อนกลับไปช่วงปลายศตวรรษที่ 19นักปรัชญาและนักจิตวิทยาชาวออสเตรีย Christian von Ehrenfelsเคยตั้งถามน่าสนใจว่า “เรารับรู้ทำนองดนตรีได้อย่างไร?” “อะไรที่อยู่ในความคิดของเราขณะกำลังได้ยินท่วงทำนอง?”เมโลดี้คือลำดับของโทนเสียง เป็นคลื่นเสียงที่มีความถี่ต่างกันหูของเรารวบรวมการสั่นสะเทือนเหล่านี้แปลงเป็นกระแสไฟฟ้าและส่งต่อไปยังสมองของเราโน้ตเหล่านี้ได้รับการตัดเย็บในรูปแบบเฉพาะของความสัมพันธ์ระหว่างโน้ต จังหวะ และความสอดประสาน ท่วงทำนองนั้นถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของเรา เป็นทำนองที่เราสามารถจำได้ในอนาคต Ehrenfels เริ่มศึกษาจากงานของนักวิทยาศาสตร์ Ernst Mach ที่ชื่อ “Contributions to analysis sensation” ซึ่ง Mach เสนอว่าเวลาเราเห็นเส้นตรงสามเส้นที่เชื่อมต่อกันนอกเหนือไปจากความรู้สึกพื้นฐานของที่เห็นเป็นเส้นสามเส้นแล้วเรายังรู้สึกถึง “รูปร่าง – รูปแบบ (shape-form)” ไปในขณะเดียวกันด้วย (เช่นรูปทรงสามเหลี่ยม)เขาขยายความคิดนี้ไปในด้านรูปแบบที่เกี่ยวกับเวลา (time-forms) เช่นกันและเสนอว่าการที่เรารับรู้ทำนอง อาจเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันดังนั้นเมื่อเราได้ยินโน้ตแต่ละตัว…
-
Fikra Graphic Design Biennial 01 — De-centering English
Fikra Graphic Design Biennial 01Conference, Nov 102 – 2:50pm De-centering English HUDA ABIFARÈS, SANTI LAWRACHAWEE, AND ASAD PERVAIZFIRST FLOOR, DEPT. OF MAPPING MARGINS We would need to move to a space of gesture and performance if we would want to imagine a de-colonial, critical graphic design. We would have to allow expression to erupt into poetry…
-
ศูนย์กลางอยู่ทุกหนแห่ง
บทความว่าด้วยการสำรวจตัวพิมพ์ไทยฉบับย่อ โดย สันติ ลอรัชวี หากย้อนกลับไปสำรวจแบบตัวพิมพ์ไทย ในช่วงศตวรรษที่ ๑๘ จะพบว่ากว่าหนึ่งร้อยปีที่การพิมพ์ในประเทศไทยได้ขาดช่วงไป จนกระทั่งถึงช่วงต้นยุครัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๒๕) กระบวนการพิมพ์จึงได้กลับสู่เมืองไทย ทำให้รูปแบบตัวอักษรไทยเกิดความก้าวหน้าขึ้นอีกครั้ง
-
เข้าแบบ – ออกแบบ
FAB Special Talk Tuesday Series ครั้งที่ 1 วันอังคารที่ 16 มกราคม 2561 ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ Moderator จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์ – บรรณาธิการบริหาร a day Speaker สุรชัย พุฒิกุลางกูร – กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิลลูชั่น จำกัด สันติ ลอรัชวี – นักออกแบบ แพรคทิเคิล ดีไซน์ สตูดิโอ ขอขอบคุณ คณาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และกลุ่มนักศึกษาที่รักที่ช่วยถอดเทปการเสวนาให้ มา ณ โอกาสนี้ครับ ขอบคุณภาพจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
-
บันทึกการบรรยาย สัญศาสตร์การออกแบบ
โดย สันติ ลอรัชวี ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563 ผ่านโปรแกรม Zoom.us สวัสดีครับ นักศึกษาและทุกท่านที่สนใจเข้ารับฟังบรรยายในครั้งนี้ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา Design Semiotics ภายใต้หลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต ขอขอบคุณหลักสูตรฯ มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับที่ให้โอกาสกับผมในการสอนวิชานี้มาอย่างต่อเนื่อง ทำไมนักออกแบบถึงสนใจสัญศาสตร์? ผมมารู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นผู้สอนวิชาสัญศาสตร์กับการออกแบบมาร่วม 10 ปีแล้ว อย่างไรก็ตามผมยอมรับกับตัวเองมาหลายปีแล้วว่า ตนเองเป็นเพียงนักออกแบบที่สนใจศึกษาสัญศาสตร์ และพยายามนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานออกแบบของตนเอง แนวทางการสอนของผมจึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เรียนเกี่ยวกับ แนวคิดด้านสัญศาสตร์ที่เชื่อมโยงอยู่ในกระบวนการออกแบบและการนำเสนอผลงาน รวมถึงการวิเคราะห์ หรือ ที่ผมมักเรียกว่า “การอ่านออก-เขียนภาพ (visual literacy)” ต่องานออกแบบให้ละเอียดละออยิ่งขึ้น
-
อ่านออก เขียนภาพ
โดย สันติ ลอรัชวี (เอกสารประกอบเวิร์คช็อป Visual Literacy จัดโดย PRACTICAL Design Studio, 7 ต.ค. 2560) การอ่านภาพ (Visual Literacy) อธิบายได้ว่าคือความสามารถในการเข้าใจและใช้ภาพ รวมทั้งความสามารถในการคิด ในการเรียน และแสดงออกของตัวเองต่อภาพที่มองเห็น ไม่มีใครปฏิเสธว่า “ภาพ” เป็นสิ่งหนึ่งช่วยให้การสื่อสารสมบูรณ์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาจสรุปได้ว่าการอ่านภาพคือความสามารถทางด้านการมองเห็นของมนุษย์ และใช้ความสามารถนั้นในการจำแนกและแปลความหมาย สิ่งที่มองเห็นเพื่อการติดต่อสื่อสารได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และมีสุนทรียภาพ คำว่า Visual Literacy สามารถแยกแปลความหมายของคำนี้ได้คือ “Visual” หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวกับจักษุประสาทหรือสิ่งที่ตามองเห็น ซึ่งอาจเรียกรวมว่า “ภาพ” ก็ได้ “Literacy” หมายถึงความสามารถในการอ่านเขียนหรือการเรียนรู้ “การอ่านออกเขียนภาพ” จึงเป็นรูปแบบของการคิดที่สำคัญ ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพทางการสื่อสารเชิงภาพให้กับนักออกแบบ การสื่อและรับสารทางสายตานั้นมีความผูกพันกับมนุษย์ก่อนจะมีภาษาพูดและเขียนด้วยซํ้า ภาพเขียนในผนังถํ้า การสังเกตสีของผลไม้ พัฒนามาเป็นสัญลักษณ์สากลมากมายที่เราใช้กันในปัจจุบัน หากแต่มนุษย์เริ่มคิดผ่านอิทธิพลของ ภาษาหลังจากที่อารยธรรมด้านภาษาของเราวิวัฒน์มาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นภาษา (Linguistics) จึงเป็นระบบการสื่อสารที่มี อิทธิพลต่อมนุษย์ เราทั้งใช้มันในการคิด การรับรู้ และการแสดงออก…
-
ความท้าทายของการออกแบบ

เรียบเรียงจาก Series Foreward, Design Thinking, Design Theory Series ของ MIT Press โดย สันติ ลอรัชวี หนังสือชุด Design Thinking, Design Theory Series ของ MIT Press ได้ตีพิมพ์หนังสือที่เสนอแนวคิดและทฤษฎีการออกแบบที่ควรค่าแก่การอ่านหลายต่อหลายเล่ม ส่วนที่น่าสนใจคือบทบรรณาธิการชุดหนังสือ ( Series Foreward) ที่เขียนโดยสองบรรณาธิการ ได้แก่ เคน ฟรีดแมน และ อีริค สโทลเทอร์แมน ที่กล่าวถึงความเป็นมาของการออกแบบจนมาถึงความท้าทายที่นักออกแบบทุกสาขากำลังเผชิญร่วมกัน 10 ประการ อันเป็นประเด็นที่ชวนให้นักออกแบบมาคิดต่อถึงบทบาทหน้าที่ คุณค่า และนิยายามของสิ่งที่เรากำลังเรียกมันเป็นอาชีพ หากสิ่งที่เป็นกิจกรรมพื้นฐานที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคนนั่นคือ “การออกแบบ”
-
Designed by Empathy
(เผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร art4d พ.ศ. 2560) จากชุดบทความ The Evolution of Design Thinking ในวารสาร Harvard Business Review ฉบับเดือนกันยายน 2558 ที่โปรยหัวว่าความคิดเชิงออกแบบจะกลายเป็นศูนย์กลางของการวางกลยุทธ์ การสร้างนวัตกรรม และการจัดการทางวัฒนธรรมนั้น สร้างคำถามต่อผู้เขียนว่านักออกแบบจะมีบทบาทอย่างไรต่อปรากฏการณ์ที่ว่านี้ อีกทั้งยังนึกสงสัยว่าในอนาคต “Designer” จะถูกจำกัดความให้อยู่ในขอบเขตของเพียงการสร้างสรรค์เชิงกายภาพหรือไม่ และเป็นไปได้หรือไม่ต่อการเกิดขึ้นของคำเรียกผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการคิดเชิงออกแบบว่า “Design Thinker” รวมถึงการโต้แย้งกันที่เกิดขึ้นอย่างคำว่า “Design Thinking is Bullshit” จากนักออกแบบคนสำคัญ อย่างไรก็ดี ลินดา ไนแมน ผู้ก่อตั้ง Creativity at Work ก็ยังให้คำจำกัดความที่ทำให้นักออกแบบอย่างผู้เขียนเชื่อว่านักออกแบบมีส่วนสำคัญต่อการคิดเชิงออกแบบ จากบทความในเว็บไซต์เธออธิบายว่า “การคิดเชิงออกแบบคือกระบวนวิธีที่เหล่านักออกแบบใช้ในการแก้ปัญหาและการแสวงหาวิธีหรือทางออกที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยแกนหลักไม่ใช่การเพ่งความสำคัญไปที่ปัญหา แต่เป็นทางออกในการแก้ปัญหา และการปฏิบัติที่จะนำไปสู่สิ่งที่คาดหวังมากกว่า การคิดเชิงออกแบบนี้ดำเนินไปด้วยการใช้ตรรกะ จินตนาการ ญาณทัศนะ และการให้เหตุผลที่เป็นระบบ เพื่อสำรวจความเป็นไปได้และการสร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่ต้องการ ซึ่งจะเกิดผลดีกับลูกค้าหรือผู้ใช้งาน ในมุมมองของผู้เขียน คำจำกัดความนี้ให้เครดิตกับเหล่านักออกแบบไม่น้อย เนื่องจากมันได้สะท้อนว่ากระบวนวิธีที่นักออกแบบใช้ในการทำงานอยู่แล้วนั้นมีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน…
-
ปฐมบทสู่หน้าว่างของการพิมพ์ไทย
ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช นอกเหนือจากเรื่องราวแสนโรแมนติกของออกขุนศรีวิศาลวาจาและแม่การะเกด จากละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของคนไทยอยู่ในขณะนี้ (พ.ศ. ๒๕๖๑) ยังมีหลักฐานอ้างอิงได้อีกว่า ในยุคนั้นการพิมพ์ในประเทศไทยกำลังสร้างปฐมบทขึ้น จากการเดินทางของคณะมิชชันนารีคาทอลิกจากฝรั่งเศสเข้ามาในไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๕ ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมีสังฆราชหลุยส์ ลาโน (Louis Laneau) ได้แต่ง แปล และพิมพ์หนังสือคำสอนทางคริสต์ศาสนา เป็นภาษาไทยจำนวน ๒๖ เล่ม หนังสือไวยกรณ์ไทยและบาลี ๑ เล่ม และพจนานุกรมไทยอีก ๑ เล่ม จากหนังสือ “หนึ่งรอยตัวเรียง” เขียนว่าการเข้ามาสอนศาสนาและวิชาการต่างๆ อย่างเป็นระบบ และมีตำราเรียนประกอบของสังฆราชลาโน อาจเป็นแรงจูงใจให้สมเด็จพระนารายณ์ฯ โปรดให้พระโหราธิบดี จัดทำหนังสือ “จินดามณี” อันมีเนื้อหาว่าด้วยระเบียบของภาษาอักรวิธีเบื้องต้น และวิธีแต่งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เพื่อสอนแก่เข้าขุนมูลนายและสำนักเรียนในวัด ตลอดจนชาวบ้านทั่วไป นับเป็นแบบเรียนภาษาไทยเล่มแรกและสืบทอดต่อกันมาจนถึงยุครัตนโกสินทร์ น่าเสียดายที่หนังสือจินดามณีที่เขียนจากสมุดข่อยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์คัดลอกต่อกันมาโดยไม่ได้จารวันเวลาที่เขียนเอาไว้ จึงทำให้ไม่สามารถระบุได้ว่าเล่มใดเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นในยุคสมัยนี้ สังฆราชลาโนยังสร้างศาลาเรียนขึ้น ในพื้นที่พระราชทานที่ตำบลเกาะพราหมณ์เหนือกรุงเก่าขึ้นไป และได้ตั้งโรงพิมพ์ขึ้นที่โรงเรียนแห่งนี้ ตามบันทึกของ ท่านเจษฎาจารย์ ฟ. ฮีแลร์…
-
สิ่งที่นักออกแบบต้องเรียนรู้
เรียบเรียงจากบทความของ Eric Madsen, What designers must learn (aiga.org) Eric Madson แนะนำไว้ในบทความว่า…หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดที่นักเรียนออกแบบกราฟิกในอนาคตสามารถทำได้คือการค้นพบตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เกี่ยวกับอาชีพนอกหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ในช่วงต้นของการเรียนควรไปที่บริษัทออกแบบและพูดคุยกับคนที่ประสบความสำเร็จ การฝึกฝนนี้จะช่วยให้พวกคุณรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาต้องการจากหลักสูตรของโรงเรียนออกแบบ แล้วจะทำให้คุณสามารถเชื่อมโยงกับความเป็นจริงของอาชีพได้ และในทางกลับกันมันจะทำให้เราถูกรู้จักมากขึ้นในอุตสาหกรรมการจ้างงาน นักเรียนควรจะเรียกร้องสถาบันให้นักออกแบบจากภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการบรรยาย การวิพากษ์วิจารณ์ หรือการมอบหมายโครงการพิเศษ รวมถึงจัดทัวร์สตูดิโอด้วย ฉันขอแนะนำให้ฝึกงานและควรแสดงพอร์ตโฟลิโอของตนเอง เพื่อทบทวนหลังจากปีที่สองและสามหรือแม้แต่ในแต่ละเทอมของปีนั้น ๆ ในการฝึกงานนักเรียนจะได้เรียนรู้ว่าเรื่องใดเป็นสิ่งสำคัญจากสิ่งที่ได้เรียนและฝึกฝนมาจากมหาวิทยาลัย การมีประสบการณ์ต่อปัญหาด้านการออกแบบที่หลากหลายเป็นสิ่งจำเป็น แนวคิดหรือเบื้องหลังการออกแบบก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการทำงาน เราจะพบว่าความรู้เชิงปฏิบัติและทักษะการผลิตนั้นมีความสำคัญเช่นเดียวกับทฤษฎี การได้สัมผัสกับการดำเนินธุรกิจขั้นพื้นฐานจะเป็นประโยชน์ รวมถึงความสำคัญของพอร์ทโฟลิโอที่ควรรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดเพียงสิ่งเดียว เพราะในช่วงเวลาของการสัมภาษณ์ ผลงานของคุณก็กลายเป็นเพียงงานนักเรียน พวกคุณควรเรียนรู้ว่าความสามารถในการเขียนและพูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้กระทั่งการสะกดอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ พื้นฐานลูกค้าของนักออกแบบคือโลกธุรกิจ และนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จคือผู้ที่กำลังเตรียมที่จะสื่อสารกับตลาดนี้ การออกแบบเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของกระบวนการเท่านั้น การวางแผน การฟัง การเขียน การประมาณเวลา และการให้คำแนะนำ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทของนักออกแบบ…
-
ศิลปะความเป็นตัวเอง / สัญชาตญาณ / และความหลงใหลแบบสามหน่อ
ไม่นานมานี้… ผมได้รับรางวัลที่สำคัญของชีวิตการเป็นนักออกแบบ อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นรางวัลจากรายการประกวดหรือแข่งขันใด หากแต่เริ่มต้นด้วยการรับโทรศัพท์จากคุณแจง เต็มศิริ คูสุโรจน์ แห่ง Propaganda ใจความว่าพี่แก่ สาธิต กาลวันตวานิช อยากขอนัดเข้ามาพบ โดยแจ้งเบื้องต้นเพียงว่าอยากเข้ามาเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับงานโครงการหนึ่ง แน่นอนว่า…ผมตอบรับในทันที ย้อนกลับไป…นอกจากชื่นชมพี่สาธิตผ่านผลงานของสามหน่อ บริษัทกราฟิกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในช่วงเวลาต้นปี พ.ศ. 2530 แล้ว ภายหลังผมยังมาสนใจสามหน่อมากขึ้นในฐานะสตูดิโอออกแบบกราฟิกรุ่นบุกเบิก ที่ทำให้งานออกแบบกราฟิกมีที่ทางของตัวเอง แยกตัวออกจากบริษัทโฆษณาออกมาได้อย่างชัดเจน ผมเริ่มค้นคว้าและประกอบข้อมูลถึงความเป็นมาของพี่สาธิตและบุคลากรสำคัญมากมายเพื่อเห็นภาพทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของอุตสาหกรรมการออกแบบกราฟิกไทย
-
COFFEE ONLY IN THE LAND OF TEA
ตีพิมพ์ในนิตยสาร art4d โดย สันติ ลอรัชวี Photos by Kwanchai Akkaratammagul and Nattapong Daovichitr Images courtesy of Santi Lawrachawee. All right reserved. การเดินทางมักมีเรื่องราวให้เราประทับใจแตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง ความประทับใจนั้นไม่เคยจำกัดความสำคัญ เชื้อชาติ ขนาด หรือปูมหลังใดๆ บางครั้งเพียงแค่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่เรารู้สึกพิเศษกับผู้คนซักคน เหตุการณ์ธรรมดา หรือสถานที่เล็กๆ ซักแห่ง… ท่ามกลางใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีในโตเกียว อากาศแสนสบายสำหรับมนุษย์เขตร้อนชื้น ครั้งนี้…ผมและเพื่อนๆ ร่วมทางมีจุดมุ่งหมายหลากหลายทีเดียวในการเดินทางครั้งนี้ เราตั้งใจจะไปร้านอาหารและร้านขนมหลายร้าน ไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ ชาวญี่ปุ่น การมาประชุมงานที่จะได้ร่วมทำ มาร่วมงานรับรางวัลผลงานออกแบบของบริษัท ช็อปปิ้ง ไปชมละครคาบูกิ ตีเบสบอลกับเครื่องขว้างลูกอัตโนมัติ จับตุ๊กตา และที่ขาดไม่ได้คือ การไปชมนิทรรศการต่างๆ ที่พิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่ โดยไฮไลท์ของทริปนี้ คือ Tokyo Designers Week และงานเทศกาลศิลปะ Yokohama Triennale สำหรับ 9…
-
BERLIN: TYPE TRIP / TYPE HYPE
ตีพิมพ์ในนิตยสาร art4d : 220, November 2014 โดย สันติ ลอรัชวี (Santi Lawrachawee) Images courtesy of Santi Lawrachawee. All right reserved. การเดินทางมักมีเรื่องราวให้เราประทับใจแตกต่างกันไปแต่ละครั้ง ความประทับใจนั้นไม่เคยจำกัดความสำคัญ เชื้อชาติ ขนาด หรือปูมหลังใดๆบางครั้งเพียงแค่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่เรารู้สึกพิเศษกับผู้คนซักคน เหตุการณ์ธรรมดา หรือสถานที่เล็กๆ ซักแห่ง… เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญไปร่วมบรรยายและเวิร์คช็อปที่งาน GRANSHAN Munich 2014 ที่ประเทศเยอรมนี เป็นงานสัมมนาเกี่ยวกับการออกแบบตัวหนังสือในกลุ่ม Non-Latin ซึ่งก็คือ ตัวหนังสือที่ไม่ได้มีที่มาจากตัวอักษรละตินอย่างตัวอักษรภาษาไทย ฮิบรู ญี่ปุ่น พม่า จีน ฯลฯ โดยวิทยากรที่มาบรรยายก็มาจากชาติต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากสำหรับผม ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณมิสเตอร์ บอริส โกชาน (Boris Kochan) และทีมงานเป็นอย่างมากที่มอบโอกาสที่ล้ำค่านี้ให้ ผมแจ้งคุณอันย่า (Anja Kurz) ผู้ประสานงานโครงการนี้ไปแต่ต้นว่า ผมมีความตั้งใจจะเดินทางไปเบอร์ลินหลังจากเสร็จงานที่มิวนิค…
-
บางส่วนจาก VIGNELLI CANON
สันติ ลอรัชวี เรียบเรียงบางส่วนจาก Vignelli Canon – Vignelli Associates ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นแนวทางในการเชื่อมโยงที่ดีของการออกแบบกับแนวคิดบางส่วนของสัญศาสตร์ Massimo Vignelli ได้กล่าวถึง Semantic, Syntactic และ Pragmatic ไว้อย่างเข้าใจได้ไม่ยากในหนังสือ Vignelli Canon
-
เมื่อนักออกแบบกราฟิกฝันถึงสันติภาพ
สันติ ลอรัชวี พฤษภาคม 2553 เป็นหมุดปักทางความทรงจำอันใหม่ที่คนไทยส่วนใหญ่จะมีไว้ในหัวใจของตนเอง อาจแตกต่างกันไปว่าแต่ละคนจะปักหมุดนั้นในมุมไหนและลึกลงไปเท่าใด… หลังเหตุการณ์ตึงเครียดและสูญเสียคลี่คลายลง (อย่างน้อยก็ในเชิงสถานการณ์) อาจสังเกตได้ชัดว่าเกิดกระแสความเคลื่อนไหวมากมายจากภาคส่วนต่างๆ ของสังคมที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์แตกต่างกันไป แน่นอนว่าในแต่ละ ความเคลื่อนไหวจะถูกใจและไม่ถูกใจผู้คนไปในขณะเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่ ความรู้สึกของผู้เขียนเองก็เป็นเช่นนั้น ที่มีหลายความเคลื่อนไหว ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่อาจจะไม่จำเป็นหรือเป็นสิ่งที่ไม่ได้นำไปสู่แก่นแท้ของปัญหา … ในมุมหนึ่งของสังคม… กลุ่มนักออกแบบกราฟิกที่เริ่มรวมตัวกันในนามสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย (ThaiGa) มีความคิดที่อยากจะทำอะไรซักอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม จึงแสดงตัวออกมาในโครงการอาสาที่ชื่อว่า “GRAFIX” Design Thailand (www.thaiga.or.th/grafix) ที่รวบรวมนักออกแบบกราฟิกอาสาสมัคร เตรียมพร้อมสำหรับทำงานออกแบบให้กับภาคส่วนต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือในงานสร้างสรรค์อันเกี่ยวเนื่องมาจากสถานการณ์ หลายคนอาจมองว่างานออกแบบอาจยังไม่จำเป็น… หลายคนอาจมองว่าโครงการนี้อาจไม่ประสบความสำเร็จ ในแง่ของการเข้าถึงปัญหา… หลายคนอาจมองว่าโครงการนี้เป็นเพียงการประชาสัมพันธ์… และเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่มีอีกหลายมุมมองต่อความเคลื่อนไหวนี้… มุมมองข้างต้นน่าจะเป็นจริงได้ทุกข้อ… ถ้าเรามองแยกว่างานออกแบบไม่ใช่เรื่องเดียวกับ การใช้ชีวิตประจำวัน ความสำคัญและบทบาทของมันเองก็จะถูกลดทอน คุณค่าลงจนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถช่วยไปมีหน้าที่ในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญได้ ซึ่งถ้ามันเป็นอย่างนั้น… โครงการนี้ก็เห็นจะจริงที่เป็นเพียงการประชาสัมพันธ์วิชาชีพเท่านั้น… แต่สำหรับนักออกแบบกราฟิกหลายคนไม่ได้มองความเคลื่อนไหวนี้ในแง่ของ ความสำเร็จเชิงโครงการเท่านั้น นักออกแบบกราฟิกเป็นวิชาชีพที่มักได้รับ โจทย์เชิงพาณิชย์ที่เคร่งครัดในการทำงานเสมอ จนคนส่วนใหญ่ว่านั่นคือ บทบาทหน้าที่ของเขา นักออกแบบกราฟิกไม่จะเป็นต้องมีเสียงของตนเอง เราลิปซิงค์ด้วยลีลาที่สวยงามและสอดคล้องกับเพลงก็พอ ทั้งๆ ที่ในความคิดของนักออกแบบกราฟิกแต่ละคนย่อมจะมีสิ่งที่พวกเขารู้สึก มีความเห็น มีเนื้อหาเฉพาะตน…
-
As I Am
Article from Catalogue of I am a Thai Graphic Designer™ Exhibition . . หลายคนคงตั้งคำถามว่าการที่คนกลุ่มหนึ่งออกมาบอกต่อสังคมว่า พวกเขาเป็นใครนั้น… พวกเขาทำไปเพื่ออะไร แล้วจะมาบอกกล่าวกันทำไม ทั้งทั้งที่คนจำนวนไม่น้อยก็รู้อยู่แล้วว่ามีอาชีพนี้อยู่ในสังคม… โครงการนี้เริ่มต้นจากสังคมเล็กๆ ในสำนักงานออกแบบแห่งหนึ่ง ที่ชักชวนกันในวง แคบๆ แสดงสถานะบางอย่างออกไปบนพื้นที่สาธารณะออนไลน์ ด้วยมุมมองเล็กๆ ที่เกิดมาจากการประกอบวิชาชีพและแวดวงการเรียนการสอน เรามองร่วมกันว่า นอกเหนือจากบทบาทที่ให้บริการงานออกแบบเพื่อเลี้ยงชีพอยู่นั้น ยังมีพื้นที่อื่นๆ ในสังคมที่นักออกแบบกราฟิกสามารถมีส่วนร่วมและสร้างประโยชน์ให้กับ พื้นที่นั้นๆ ได้อีก… บ่อยครั้งที่เรารับหน้าที่เป็นผู้คอยรับใช้ในการนำเสนอข้อสรุปจากนโยบายบริหาร จนทำให้เรายึดถือเป็นสถานะที่แท้จริงของเรา แล้วก็บ่อยครั้งที่เราพบว่าเรามักจะถูก จำกัดคุณภาพของผลงานจากข้อสรุปหรือพวกเราเรียกมันให้ดูดีว่า ‘โจทย์’ จึงทำให้หลายครั้งที่เราคิดว่าคงจะดีไม่น้อย ถ้าเรามีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ‘โจทย์’นั้นๆ… ดังนั้นการชูป้ายของเราในกลุ่มเล็กผ่านสังคมออนไลน์ จึงเป็นเพียงแค่การแสดงออก ไปว่า“ ‘ฉันคือใคร’ ‘ฉันทำอาชีพอะไร’ และ ‘ฉันมีท่าทีอย่างไรกับสิ่งที่ฉันทำ’ ” โดยคาดหวังการตอบสนองเพียงแค่ให้คนที่เห็น รับรู้ถึงการดำรงอยู่และมีท่าทีกับมัน ดังนั้นท่าทีของแต่ละคนที่พบเห็นการแสดงออกของพวกเราย่อมแตกต่างระดับกัน ตั้งแต่การมองผ่านเลย การมองเป็นเรื่องสนุกขำขัน การตั้งคำถาม และการให้ร่วมมือ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการพบเห็นการแสดงออกเหล่านี้ในเบื้องต้นผ่านคนไม่กี่คน ย่อมมีความแตกต่างทั้งเนื้อหาและพลังในการสื่อสาร เมื่อเทียบกับความร่วมมือจำนวนมากผ่านเว็บไซต์และสื่อสิ่งพิมพ์ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา… ผลงานที่ส่งเข้าร่วมมีมากกว่า 1,000…
-
โปสเตอร์กับความเป็นศิลปะสาธารณะ
เป็นบทความขนาดสั้นที่เขียนขึ้นเพื่อลงวารสาร RAW MAT ในโอกาสนิทรรศการโปสเตอร์ “Design (alone) Cannot Change (everything)” แสดงระหว่างวันจันทร์ที่ 1-7 ธันวาคม 2551 ณ แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 1 สยาม ดิสคัพเวอรี่
-
บทความจากสูจิบัตรนิทรรศการ Yes, I am Not โดย อนุทิน วงศ์สรรคกร
นี่คือ”ข้อมูล” This is data. อนุทิน วงศ์สรรคกร Anuthin Wongsunkakon เรียบเรียงและแปลโดย เจิมศิริ เหลืองศุภภรณ์ และ ภูมิ รัตตวิศิษฐ์ Edited and Translated by Jermsiri Luangsupporn and Poom Rattavisit 16 May 2008 ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑ การส่งต่อของข้อมูลเป็นเรื่องที่เราคุ้นเคย และสามารถพบเห็นได้โดยทั่วไป โดยปรกติแล้ว ข้อมูลมักจะถูกแทนความหมายว่าเป็นสิ่งมีค่า ซึ่งมันจะไม่มีค่าเลยถ้าปราศจากผู้รับ เพราะข้อมูลที่ไม่เกิดการส่งต่อ ก็จะทำให้ค่าของมันเป็นเพียงความลับ (ซึ่งในบางทีกลับถูกมองว่าเป็นข้อมูลที่มีค่ามากพิเศษ) หรือเป็นเพียงการบันทึกของผู้สร้างข้อมูล
-
บันทึกการสอน 2550
ผลงานสุดท้ายของวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ 5 ที่ผมสอนคู่กับอาจารย์อนุทิน วงศ์สรรคกร ที่ภาควิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นชั้นเรียนที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาที่มุมมอง ต่อสถานการณ์รอบตัวด้วยวิจารณญาณเชิงการออกแบบ ความพยายามของชั้นเรียนกำลังทดลอง ให้นักศึกษาออกแบบก้าวผ่านสถานะของผู้เพียงแค่ส่งผ่านสาร ไปสู่สถานะของผู้ผลิตตัวบทของสารที่ต้องการจะสื่อ
-
Environment Friendly Kitsch : Yes, I am not!!
ประเด็นเรื่องความห่วงใยสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องใหม่ของสังคม และถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันในวงกว้าง ไม่เว้นแม้แต่ในวงการออกแบบทุกแขนง แต่ก็ดูเหมือนว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ กลับทวีความรุนแรงพอๆ กับอัตราการเพิ่มของกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ ในทุกมุมโลก ปัจจุบันกระแสโลกร้อนก็ขยายวงกว้างขึ้นไม่แพ้อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของโลกใบนี้ ซึ่งไม่ต่างจากกระแสอื่นๆ ที่สามารถนำไปทำมาค้าขายได้ จนเกิดกระแส “Global Warming Marketing” ที่เป็นศัพท์ใหม่ในหมู่นักการตลาด
-
วัตถุที่นำมาซึ่งความงาม
หลายปีก่อน ผมค้นเจอเอกสารแปลฉบับหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังจัดระเบียบโต๊ะทำงานที่บ้าน เอกสารฉบับนี้…เพื่อนอาจารย์คนหนึ่งเคยมอบให้ผมมาเมื่อหลายปีก่อน ผมและเพื่อนคนนี้รู้จักกันจากการสอนในวิชาเดียวกันที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย เอกสารที่ว่าแปลมาจากงานเขียนของ กฤษณามูรติ เรื่อง “ความสวยงามกับการรับรู้” เธอบอกผมว่าเธอนั่งแปลมัน ระหว่างที่เธอเฝ้าไข้คุณพ่อที่โรงพยาบาล…
-
คำถามฟุ้งตลบอบอวล จาก “The Orange Girl”
Appelsinpiken (The Orange Girl) หรือ ส้มสื่อรัก Jostein Gaarder เขียน; จิระนันท์ พิตรปรีชา แปล; สำนักพิมพ์มติชน ^ Jostein Gaarder “…นั่งสบายๆ หรือยัง คุณผู้อ่าน? แล้าเราจะเริ่มคุยกัน”
-
อัตลักษณ์ของแบรนด์และองค์กรในกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลง
แปลและเรียบเรียง จาก The Conqueror guidebook Managing Brand Identity in a Changing World ค้นคว้าและเขียน โดย William Harald-Wong แปล โดย ณัฐยา สินตระการผล เรียบเรียง โดย สันติ ลอรัชวี
-
พระนามบัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จากบทสัมภาษณ์ของคุณฮิโรมิ อินาโยชิ นักออกแบบชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ออกแบบ พระนามบัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ชุดที่ท่านผู้อ่านเห็นอยู่นี้ ในวารสาร “ในวงการพิมพ์” (http://www.thethaiprinter.com) กล่าวไว้ว่าการได้รับโอกาสเป็นผู้ออกแบบ “พระนามบัตรในหลวง” นั้นมีที่มาจากการจัดนิทรรศการ แสดงผลงานการออกแบบสัญลักษณ์และสี ในงานของสหประชาชาติ ณ โรงแรมพลาซ่าแอทธินี เมื่อปี พ.ศ. 2545 และมีบุคคลในสำนักพระราชวังไปเห็นฝีมือ จึงให้ความสนใจและหารือ ถึงการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อถวายในหลวง เนื่องในวโกาสครบรอบ 75 พรรษา
-
ความคิดสร้างสรรค์บนกระดาษใบเล็ก
วารสาร RawMat ฉบับที่ 2 ของสะสมอย่างหนึ่งของผมก็คือ นามบัตร ไม่ว่าจะเป็นนามบัตรของเพื่อน คนรู้จัก ลูกค้า บริษัทห้างร้านต่างๆ ผมจะพยายามเก็บสะสมไว้ ผมมีนามบัตรของเพื่อนบางคน ตั้งแต่ทำกันเองสมัยเรียน มาเป็นนามบัตรของที่ทำงานแห่งแรกจนกระทั่งเป็นนามบัตร ของบริษัทที่เป็นเจ้าของเอง รวมแล้วบางคนมีถึง 6-7 แบบด้วยกัน
-
Hello! Is anybody there?
หนังสือเล่มเล็กๆ ที่ผมประทับใจในช่วงหลายปีมานี้ มีชื่อแปลเป็นไทยว่า “สวัสดีชาวโลก” หรือ “Hello! Is anybody there?” ผลงานของโยสไตน์ กอร์เดอร์ แปลโดย วิลาวัณย์ ฤดีศานต์ หลายๆ คนคงรู้จักกอร์เดอร์จากหนังสือเรื่อง “โลกของโซฟี” แล้วนะครับ
-
คิดตรงเส้นกรอบ
Graphic Design / I Design Magazine กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ฉบับที่ ๓๑ สำหรับนักออกแบบกราฟิกที่มีอายุนำหน้าด้วยเลขสามขึ้นไป คงจำบรรยากาศตอนทำอาร์ตเวิร์ค เมื่อซักสิบปีก่อนได้ดีว่ามีความยุ่งยากแค่ไหน กว่าจะได้ต้นแบบเพื่อที่เข้าสู่กระบวนการพิมพ์ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Camera-Ready Artwork หรือที่เราเรียกกันคุ้นปากว่า “อาร์ตเวิร์ค”
-
หนูไม่ชอบวาดรูปแล้วล่ะ
Article / A Day Weekly Magazine พฤษภาคม ๒๕๔๗ ฉบับที่ ๑ น้องเตยตอน ป.๓ เป็นเด็กหญิงน่ารักน่าชัง ชอบวาดรูปเป็นชีวิตจิตใจ น้องเตยวาดต้นไม้ บ้าน พระอาทิตย์ ผีเสื้อ วาดพ่อ วาดแม่ วาดอาอี๊ อาเจ็ก อาเฮีย อาม่า ไม่มีเว้น เป็นที่ชื่นชมของผู้ใหญ่ในครอบครัว
-
สวัสดิกะ
Article / A Day Weekly Magazine สิงหาคม ๒๕๔๗ ฉบับที่ ๑๓ ปัจุบันทัศนคติของผู้คนทั่วไปที่มีต่อสัญลักษณ์สวัสดิกะหรือเครื่องหมาย แห่งพรรคนาซีน่าจะแตกต่างไปจากผู้คนในยุคก่อนหน้านี้ และก็น่าจะแตกต่างไปจากผู้คนก่อนหน้าโน้นอีกที… การปรากฏสัญลักษณ์นี้ตามสิ่งของต่างๆ ในสังคมยุคบริโภค เช่น เสื้อยืด รอยสัก ลวดลายตามกำแพง เป็นต้น เวลาและยุคสมัยกลับค่าให้สัญลักษณ์ ที่เคยเป็นเครื่องหมายแห่งความรุนแรงและ เป็นที่ต่อต้านของผู้คนทั่วโลก เป็นเพียงลวดลายที่นำมาใช้ประดับตกแต่งเครื่องแต่งกายหรือเป็นแค่สัญลักษณ์ ของวัยรุ่นที่อยากจะนำเสนอความขัดแย้งกับสังคม แต่ระดับความเข้มข้นนั้น อาจเทียบไม่ได้กับที่มันเคยเป็น…
-
ภาพผู้ว่า
ARTicle • a day weekly magazine • ฉบับที่ ๑๕ • สิงหาคม ๒๕๔๗ :: กระแสการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังคงเป็นที่สนใจของผมและอีกหลายๆคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งป้ายหาเสียงตามถนนหนทางต่างๆที่ถูกจัดทำขึ้นมาเพื่อสื่อสารถึงอัตลักษณ์และนโยบายการบริหารของแต่ละคน รูปแบบตัวอักษร ภาพที่ใช้ในการนำเสนอบุคลิกภาพและตัวตนของผู้สมัคร รวมถึงการใช้สีให้มีบทบาทสำคัญในการเป็นสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายแทนตัวผู้สมัครแต่ละคน สีฟ้า เขียว ส้ม ชมพู หรือแดง ก็สามารถทำให้ผู้คนสามารถรับรู้และนึกถึงตัวผู้สมัครได้ทันทีเหมือนกันเมื่อพบเห็นป้าย ใบปิด หรือเสื้อ ที่มีสีนั้นๆ กลวิธีทางการออกแบบถูกนำมาใช้เป็นปัจจัยสำคัญทางการเมืองสมัยใหม่ มีการกำหนดกลยุทธ์ทางการสื่อสารอย่างมีเป็นระบบ การใช้มืออาชีพทางการสื่อสารในด้านต่างๆเข้ามามีส่วนในการระดมสมองเพื่อเกิดประสิทธิภาพทางการสื่อสารสูงสุดกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการวางกลยุทธ์การสื่อสารหรือโน้มน้าว การสร้างคำ การออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ฯลฯ
-
เนื้อเสียงของนิตยสาร
ARTicle • a day weekly magazine • ฉบับที่ ๑๘ • กันยายน ๒๕๔๗ แบบตัวอักษร โดย อนุทิน วงศ์สรรคกร วิธีที่ผมมักจะสังเกตว่าผู้คนในพื้นที่ต่างๆนั้นๆมีความสนใจในเรื่องอะไรบ้างเวลาไปต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ ก็คือการไปดูตามแผงนิตยสารของเมืองนั้นๆ มันทำให้ผมพอที่จะรับรู้เนื้อหา ทางสังคมของพื้นที่นั้นได้ดีพอสมควร ถึงแม้ว่าการปรากฏขึ้นของนิตยสารบางฉบับจะไม่ได้เกิดขึ้น จากความต้องการของผู้คนในสังคม แต่บางครั้งอาจมาจากความต้องการของผู้ผลิตนิตยสารเอง ไม่ว่าจะเป็นความต้องการทางการตลาดหรือเป็นความต้องการทางความสนใจหรือความชอบ อย่างไรก็ตามแผงนิตยสารสำหรับผมก็ยังเป็นเสมือนป้ายแนะนำตัวเองของเมืองหรือสังคมหนึ่งๆ ที่ผมจะต้องไปยืนเปิดหูเปิดตาอยู่เสมอ
-
ผู้ใหญ่ไม่กล้าวาดรูป
ARTicle • a day weekly magazine • ฉบับที่ ๒๔ • ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๗ // ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม เป็นช่วงเวลาที่เด็กๆทั้งหลายจะได้พักสมอง จากการคร่ำเคร่งกับการไปโรงเรียน หลายๆคนได้มีโอกาสนอนตื่นสาย ออกไปเตร็ดเตร่วิ่งเล่นกับเพื่อนๆในละแวกแถวบ้าน ได้ไปเที่ยวสวนสัตว์ สวนสนุก สวนน้ำ และอีกสารพัดสวน เปิดหูเปิดตาไปกับสิ่งอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือตำราเรียน แต่อีกหลายๆคนก็น่าเห็นใจเพราะมี ความจำเป็นต้องไปเรียนพิเศษในช่วงปิดเทอมตามความเห็นชอบ ของพ่อแม่ผู้ปกครอง ทั้งติววิชาการหรือเรียนเสริมด้านอื่นๆ การเรียนเสริมของเด็กๆในยุคที่ทุกเรื่องดูจะเป็นการแข่งขันไปซะหมด แนวคิดในรูปแบบของการกำจัดจุดอ่อนดูจะเป็นที่ยอมรับในวงกว้างมากขึ้น วิธีการตัดตัวเลือกที่ไม่ต้องการออกให้เหลือเพียงคนคนเดียวหรือคนกลุ่มเดียว เพื่อให้ได้สิทธิในการทำหรือได้รับอะไรบางอย่าง อาจมีส่วนทำให้เรารู้สึกว่า เราไม่มีสิทธิที่จะทำอะไรบางอย่าง เพียงเพราะเราไม่ได้การยอมรับจากสังคม ว่าเราสามารถทำได้ดี เด็กๆหลายคนในยุคนี้จึงพยายามเริ่มที่จะสร้างสิทธิใน การทำอะไรบางอย่างด้วยวินัยและความเป็นเลิศ ซึ่งในบางแง่มุมผมว่าก็น่าจะดี แต่ก็อย่าลืมทำอะไรเล่นๆบ้างนะน้องๆ….
-
กรุงเทพฯ อวดดี
บทบรรณาธิการหนังสือ กรุงเทพฯ อวดดี มีนาคม ๒๕๔๕ ถ้าจะพูดว่า ภาพของเมืองหลวงโดยส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะ ตึกระฟ้า ป่าคอนกรีต มลพิษ ชีวิตกลางคืน ก็คงจะมีคนไม่เห็นด้วย เพราะน่าจะมีอีกหลายคนที่มองเห็น ความต่างออกไปจากภาพลักษณ์มหานครที่สับสนวุ่นวาย เพราะความต่างที่ว่าอาจจะนำมา สู่ความเป็นรูปแบบเฉพาะ อาจจะทำให้เมืองแต่ละเมืองมีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลต่างกันออกไป ในเมืองหนึ่งจุดที่น่าหลงใหลของแต่ละคนก็อาจจะแตกต่างกัน บางคนชอบสภาพของเมืองตอนกลางวัน ในขณะที่บางคนอาจจะชอบสภาพตอนกลางคืน