Tag: Article
-
ขณะออกแบบ: รูปและความว่าง

ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบหรือวิชาชีพใดๆ เราต่างใช้ชีวิตอยู่กับความพยายามในการ “จัดการ” สิ่งต่างๆ รอบตัว ทุกครั้งที่เรามองเห็นวัตถุชิ้นหนึ่ง หรือสัมผัสกับพื้นที่ว่างในห้อง จิตของเราจะทำหน้าที่โดยอัตโนมัติในการฉายภาพความคิด ประสบการณ์ และอคติลงไปทับซ้อนสิ่งเหล่านั้น เราตัดสินว่าสิ่งนี้ “สวย” สิ่งนั้น “น่ารังเกียจ” หรือสิ่งโน้น “ไร้ค่า” จนเราเผลอลืมไปว่า คุณค่าเหล่านั้นเป็นเพียงเงาที่เราจินตนาการขึ้นมาเอง การออกแบบที่ผ่านมาส่วนใหญ่ของตนเอง จึงน่าจะเป็นการพยายามนำเอา “เงา” ของเราไปครอบงำความจริงของสิ่งนั้นสิ่งนี้ เพื่อให้มันตอบสนองต่อเจตจำนงและความต้องการที่เรานิยามขึ้น
-
เมื่อเรากล่าวคำว่า “ยินดีที่ได้รู้จัก” กับโลกใบนี้อย่างตั้งอกตั้งใจ

คำถามที่ว่า “เราจะรู้จักพื้นที่แห่งหนึ่งได้อย่างไร?” ในโลกการสื่อสารร่วมสมัยท่ามกลางการประดิษฐ์ซ้ำของข้อมูลจริงเท็จจำนวนมหาศาล จึงไม่ใช่แค่การมองผ่านเลนส์ของนักท่องเที่ยวหรือการค้นคว้าผ่านข้อมูลสำเร็จรูป สำหรับสันติ ลอรัชวี ผลงานศิลปะ “ภูเก็ต ยินดีที่ได้รู้จัก” ในเทศกาล Thailand Biennale, Phuket 2025 จึงเป็นกรณีศึกษาของการใช้กระบวนการออกแบบเป็นเครื่องมือในการสำรวจและนำเสนอความหมายของการดำรงอยู่และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพื้นที่ผ่านแว่นตาสัญศาสตร์และมานุษยวิทยา
-
Put [design] on the couch
![Put [design] on the couch](https://santivithee.design/wp-content/uploads/2026/03/img_2007.jpg)
are we human? เป็นหนึ่งในหนังสือด้านดีไซน์ที่ไม่จำกัดแค่นักออกแบบ แต่หากนักออกแบบได้อ่านก็น่าจะช่วยฉายภาพรอบตัวที่กำลังเผชิญได้ชัดขึ้นว่านักอกแบบอย่างเราจะมีเส้นทางต่อไปอย่างไรบ้าง… . notes on an archaeology of design” จึงเปรียบเสมือนแผนที่ ที่ลากโยงจากอดีตให้เราทบทวนการออกแบบของมนุษย์ในแว่นตาของนักโบราณคดี การหยิบยืมสายตาต่างศาสตร์อาจเป็นหนทางที่พึ่งพาได้อย่างมากในการส่องทางให้กัน ท่ามกลางโมงยามอันขมุกขมัวและพร่าเลือน ณ ขณะนี้
-
อนาคตหลังทุนนิยมที่กำลังถูกออกแบบ

.ยินดีที่ได้ข่าวว่า สนพ.นิสิตสามย่าน ได้ลิขสิทธิ์แปลหนังสือที่น่าสนใจเล่มนี้ 🤍.หากลองมองผ่านเนื้อหาจากหนังสือ Design after Capitalism ของ Matthew Wizinsky โดยเน้นไปที่การสำรวจบทบาทของผู้ออกแบบและอนาคตของสถาบันการศึกษาด้านการออกแบบในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ก็อาจจะพอสะท้อนให้พอเห็นท่วงทำนองของโลกการออกแบบที่จะเปลี่ยนไป.ในโลกที่ “ทุกอย่างถูกออกแบบมาแล้ว” ตั้งแต่แก้วกาแฟไปจนถึงอัลกอริทึมโซเชียลมีเดีย เรามักมองว่าการออกแบบเป็นเพียงเครื่องมือในการสร้างความสวยงามหรือการแก้ปัญหาเชิงธุรกิจ แต่ในหนังสือ Design after Capitalism เขากลับชวนมองลึกลงไปว่า การออกแบบคือ “การสร้างโลก” (World-making) ที่ส่งผลต่ออำนาจ ความสัมพันธ์ทางสังคม และความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์
-
เมื่อมนุษย์กลายเป็นเครื่องหมายคำถาม [?]
![เมื่อมนุษย์กลายเป็นเครื่องหมายคำถาม [?]](https://santivithee.design/wp-content/uploads/2026/02/are-we-human.webp)
และโลกคือสตูดิโอออกแบบที่ไม่มีเวลาเปิด-ปิด หากลองหยุดพิจารณาสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ตั้งแต่เสื้อผ้าที่สวมใส่ สมาร์ทโฟนในมือ ลิ้นหัวใจเทียมที่เต้นอยู่ในอกผู้คน ไปจนถึงยานโวเอเจอร์ที่กำลังเดินทางห่างออกไปวันละล้านไมล์ เราจะพบความจริงประการหนึ่งว่า “มนุษย์เป็นสายพันธุ์ที่แยกไม่ออกจากสิ่งประดิษฐ์” Beatriz Colomina และ Mark Wigley ได้เสนอแง่มุมที่น่าสนใจผ่านหนังสือปกเหลือง are we human? ว่า “หากมนุษย์คือเครื่องหมายคำถาม [?] การออกแบบก็คือวิธีการที่เราใช้หาคำตอบให้กับคำถามนั้น” การสำรวจประวัติศาสตร์การออกแบบจึงไม่ใช่แค่การดูวิวัฒนาการของเก้าอี้หรืออาคาร แต่มันคือ “โบราณคดีของความอยากรู้อยากเห็น” ที่ขุดลึกลงไปเพื่อดูว่า เราพยายามนิยามตัวเองอย่างไรในแต่ละยุคสมัย
-
Two Dimensional Note

บันทึกการเรียนการสอน วิชา 2 Dimensions Design ปีการศึกษา 2563คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชาการออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยกรุงเทพออกแบบและสอนโดย สันติ ลอรัชวีบันทึกและเรียบเรียงโดย อรรฆพงศ์ ผลประเสริฐ และ สันติ ลอรัชวี ผมโชคดีที่มีโอกาสได้กลับไปสอนวิชาพื้นฐานอย่างการออกแบบสองมิติ อันเป็นวิชาแรกที่ผมมีโอกาสได้สอนครั้งเป็นอาจารย์ใหม่ๆ เป็นวิชาที่ทำให้เราได้เข้าใจการทำงานที่ผ่านมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น และส่งผลให้ตนเองขยับขยายมุมมองและขอบเขตการทำงานออกไปได้หลังจากนั้น การได้มาสอนวิชานี้จึงช่วยตอกย้ำตนเองว่าพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาตนเอง และได้สอนและเรียนไปในตัวผ่านวิชาการออกแบบสองมิติมาอีก 6-7 ปี ร่วมสอนกับอาจารย์หลายท่าน และได้สอนนักศึกษาหลายภาควิชา เมื่ออาจารย์บอลล์ ปิยลักษณ์ เบญจดล มอบโอกาสนี้ให้ จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและตั้งใจว่าจะออกแบบการเรียนรู้อย่างจริงจังในการกลับมาสอนครั้งนี้ โดยได้มีโอกาสร่วมสอนกับ เต้ อรรฆพงศ์ ผลประเสริฐ ลูกศิษย์ที่ภายหลังได้มาร่วมทำโรงเรียนออกแบบด้วยกัน (PRACTICAL school of design) ในการสอนครั้งนี้ขอบคุณเต้เป็นอย่างสูงที่บันทึกการเรียนการสอนครั้งนี้ไว้ ทำให้ระหว่างที่กลับมาอ่านและเรียบเรียงนั้น รู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณอย่างมาก เพราะอย่างน้อยมันเป็นกระจกช่วยสะท้อนสิ่งที่เราได้ทำและเป็นแนวทางในการปรับปรุงต่อไป ส่วนท่านที่ได้อ่าน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ครับ
-
แนะนำหนังสือสัญศาสตร์กับการออกแบบกราฟิก
สันติ ลอรัชวีแปลและเรียบเรียงจากบทนำและบทส่งท้ายจากหนังสือ Fire Signs: A Semiotics Theory for Graphic Design โดย Steven Skaggs เมื่อผมเริ่มเปิดคอร์ส A stone in your mind กับ PRACTICAL school of design ที่มีเป้าหมายจะนำเอาแนวคิดทางสัญศาสตร์มาเป็นแกนกลางในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้านออกแบบ โดยกำหนดจุดเริ่มต้นที่ทุกคนร่วมทางกันได้อย่าง “ก้อนหิน” หนังสือเล่มหนึ่งที่ใช้เป็นคบเพลิงให้แสงสว่างนำทางทั้งความเข้าใจและแรงบันดาลใจก็คือ Fire Signs ของ Steven Skaggs แม้ทุกวันนี้อ่านจบอย่างงงๆ ไปแล้ว แต่แต่ต้องคอยมาแปลและตีความอยู่ตลอด เพื่อหาทางนำไปใช้และแบ่งปันกับผู้เข้าร่วมคอร์ส บทเรียบเรียงนี้คิดว่ามีประโยชน์มากต่อการฉายภาพอีกมุมของการออกแบบกราฟิก รวมไปถึงเป็นการป้ายยาให้หลายคนที่อาจสนใจไปหาอ่านต่อด้วยตัวเอง ————— เพียงบทนำของหนังสือ Fire Signs ของ Steven Skaggs ก็เพียงพอต่อการแจกแจงวิชาชีพกราฟิกดีไซน์ที่เปิดกว้าง ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “พาณิชย์ศิลป์” และ “การออกแบบกราฟิกร่วมสมัย” รวมถึงทิศทางและหน้าที่ของทฤษฎีการออกแบบกราฟิกที่ควรจะเป็น หากใครมีกำลังในการอ่าน ใคร่ขอแนะนำ หากใครไม่มีเวลา…
-
Gestalt 101 — Fool the eyes

สันติ ลอรัชวี นิทานเซนเรื่องหนึ่งสอนว่า…แรกเริ่ม…มองแม่น้ำก็เป็นแม่น้ำมองภูเขาก็เป็นภูเขาไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างเลยแต่ต่อมา… จะมองเห็นว่าแม่น้ำไม่ได้เป็นแม่น้ำ ภูเขาไม่เป็นภูเขาแม่น้ำก็เป็นเพียงธาตุ ภูเขาก็เป็นธาตุแต่เมื่อผ่านชีวิตมากขึ้น…กลับมามองเห็นแม่น้ำนั้นก็เป็นแม่น้ำภูเขาก็เป็นภูเขาดังเดิม Heraclitus นักปรัชญากรีกโบราณยังกล่าวไว้ว่าไม่มีใครที่ก้าวลงแม่น้ำสายเดิมได้เป็นครั้งที่สองเหตุเพราะแม่น้ำนั้นไม่ใช่สายเดิม คนๆ นั้น ก็ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปไม่ว่าแม่น้ำหรือบุคคลก็เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เมื่อเรายืนอยู่ชั้นบนของอาคารสูงแล้วมองออกไป…เห็นตึกรามบ้านช่อง ต้นไม้ และท้องฟ้าในทางทฤษฎีอาจกล่าวได้ว่าเราเห็นค่าความสว่างของแสงและความต่างของสีแต่เราก็ไม่ได้คิดว่าเห็นค่าอะไรทั้งนั้นเราเห็นมันเป็นรูปทรงรูปร่างที่ทำให้เราเข้าใจว่ามันคืออะไรหรือบ้างครั้งเราก็มองเห็นภาพรวมๆ นั้นเป็นฉากของเมืองอาจมีตึกบางตึกที่ทำให้เราบอกได้ว่านี่คือกรุงเทพฯ ที่เรารู้จัก เวลาที่เราฟังเพลง…เราก็ไม่ได้ใส่ใจแยกแยะหรือรับรู้ว่ากำลังได้ยินเสียงแต่ละโน้ตกำลังเรียงตัวกันสลับกันไปมาบ้าง ดังขึ้นพร้อมกันบ้าง ยกเสียงสูงขึ้นลงต่ำอย่างไรแต่เราได้ยินเป็นท่วงทำนองดนตรี ไพเราะหรือไม่คงขึ้นอยู่กับคุณ ที่กล่าวมา… มันน่าสนใจอย่างไร ย้อนกลับไปช่วงปลายศตวรรษที่ 19นักปรัชญาและนักจิตวิทยาชาวออสเตรีย Christian von Ehrenfelsเคยตั้งถามน่าสนใจว่า “เรารับรู้ทำนองดนตรีได้อย่างไร?” “อะไรที่อยู่ในความคิดของเราขณะกำลังได้ยินท่วงทำนอง?”เมโลดี้คือลำดับของโทนเสียง เป็นคลื่นเสียงที่มีความถี่ต่างกันหูของเรารวบรวมการสั่นสะเทือนเหล่านี้แปลงเป็นกระแสไฟฟ้าและส่งต่อไปยังสมองของเราโน้ตเหล่านี้ได้รับการตัดเย็บในรูปแบบเฉพาะของความสัมพันธ์ระหว่างโน้ต จังหวะ และความสอดประสาน ท่วงทำนองนั้นถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของเรา เป็นทำนองที่เราสามารถจำได้ในอนาคต Ehrenfels เริ่มศึกษาจากงานของนักวิทยาศาสตร์ Ernst Mach ที่ชื่อ “Contributions to analysis sensation” ซึ่ง Mach เสนอว่าเวลาเราเห็นเส้นตรงสามเส้นที่เชื่อมต่อกันนอกเหนือไปจากความรู้สึกพื้นฐานของที่เห็นเป็นเส้นสามเส้นแล้วเรายังรู้สึกถึง “รูปร่าง – รูปแบบ (shape-form)” ไปในขณะเดียวกันด้วย (เช่นรูปทรงสามเหลี่ยม)เขาขยายความคิดนี้ไปในด้านรูปแบบที่เกี่ยวกับเวลา (time-forms) เช่นกันและเสนอว่าการที่เรารับรู้ทำนอง อาจเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันดังนั้นเมื่อเราได้ยินโน้ตแต่ละตัว…
-
Fikra Graphic Design Biennial 01 — De-centering English
Fikra Graphic Design Biennial 01Conference, Nov 102 – 2:50pm De-centering English HUDA ABIFARÈS, SANTI LAWRACHAWEE, AND ASAD PERVAIZFIRST FLOOR, DEPT. OF MAPPING MARGINS We would need to move to a space of gesture and performance if we would want to imagine a de-colonial, critical graphic design. We would have to allow expression to erupt into poetry…
-
ศูนย์กลางอยู่ทุกหนแห่ง
บทความว่าด้วยการสำรวจตัวพิมพ์ไทยฉบับย่อ โดย สันติ ลอรัชวี หากย้อนกลับไปสำรวจแบบตัวพิมพ์ไทย ในช่วงศตวรรษที่ ๑๘ จะพบว่ากว่าหนึ่งร้อยปีที่การพิมพ์ในประเทศไทยได้ขาดช่วงไป จนกระทั่งถึงช่วงต้นยุครัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๒๕) กระบวนการพิมพ์จึงได้กลับสู่เมืองไทย ทำให้รูปแบบตัวอักษรไทยเกิดความก้าวหน้าขึ้นอีกครั้ง