#ได้ยินแล้วเปลี่ยน
1-5 July 2026
สตูดิโอ ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
Studio 4th Fl., Bangkok Art and Culture Centre (BACC)









บางครั้ง ดนตรีทำให้ความทรงจำอยู่กับคุณนานกว่าที่คุณคาดไว้ ท่วงทำนองที่ล่องลอยมายามที่คุณอ่อนไหว แม้เสียงจะจากไป แต่ความรู้สึกยังคงสะเทือนอยู่ ในบางครั้ง ดนตรีทำให้คุณขยับร่างกายก่อนที่คุณจะรู้ตัว ณ นาทีแห่งการได้ยิน การได้ฟังอย่างแท้จริง มักจะเปลี่ยนแปลงคุณไปเสมอ
Some moments stay with us longer than we expect. Often, they arrive through music. A melody that arrived when you were not ready, and stayed long after the sound had gone. A rhythm that moved your body before your mind could decide. The moment of hearing something — truly hearing it — that left you quietly different.
นี่คือจุดเริ่มต้น
That is where it begins.
ดนตรีไม่เคยบังคับคุณให้รู้สึก แต่มันระเบิดคุณออก และบางสิ่งก็เปลี่ยนแปลง จากภายใน ไปสู่ที่ที่นโยบาย ข้อถกเถียง หรือแม้แต่ภาษา ก็ไปได้ไม่ถึง และเมื่อใจคุณเปิดออก โลกทั้งโลก ชุมชน สังคม การแลกเปลี่ยนของความแตกต่าง และพื้นที่ระหว่างคนสองคนที่เคยห่างกว้าง ก็แปรเปลี่ยนไปเป็นความหมายที่ลึกซึ้ง สิ่งนี้หรือไม่ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมสังคม
Music does not argue us into feeling. It opens us — and something shifts. It works from the inside out, reaching places that policy, argument, and even language itself cannot reach. And when that opening is brought into the world — into communities, into education, into the spaces between people — it becomes something more. It becomes social innovation.
นิทรรศการนี้ไม่เพียงแต่ชวนคุณมาชม แต่เป็นพื้นที่ที่เชื้อเชิญให้คุณเข้าหา ผ่านพื้นที่ที่ได้แรงบันดาลใจมามาจากภาษาของดนตรี 5 คำ ได้แก่ Dynamic, Ensemble, Melody, Rhythm, Crescendo แต่ละชิ้น ประกอบร่างกันมาเป็นพื้นที่ ที่ชวนให้คุณมาสัมผัสกับดนตรี ในระยะที่ความเป็นผู้ชมและผู้เล่น ผสานกันเป็นหนึ่ง
This exhibition is not a display to be observed. It is a space to be entered — shaped by five forces drawn from the language of music itself: Dynamic, Ensemble, Melody, Rhythm, Crescendo.Together, they form an environment where the boundary between audience and musician dissolves.
การผสมปนเปกันระหว่างผู้ชมกับผู้เล่นในนิทรรศการนี้ เป็นหัวใจของแนวคิดที่เราอยากให้ทุกท่านได้เข้ามามีประสบการณ์ เพราะในสถานการณ์ทั่วไปของการชมดนตรี เรามักจะผลักตัวเราให้มีระยะของการรับรู้ ประเมินคุณค่า และบริโภคมันอย่างห่างๆ แต่ดนตรีมักจะปฏิเสธการมีอยู่ของช่องว่างนี้ เรามิอาจอยู่ได้โดยการมีผู้ฟังที่ไม่ได้ยิน แต่เราก็ไม่มีผู้ฟังที่ได้ยินโดยไม่อยู่ร่วมกันในขณะนั้น และพร้อมที่จะเดินทางไปกับผู้แสดงในการสร้างโลกของเสียงร่วมกัน
That dissolution is the heart of this exhibition. In most encounters with art, we stand apart — we receive, we evaluate, we consume. But music has always refused this separation. There is no performance without a listener who truly hears. There is no listener who truly hears without being, in that moment, transformed into something more than an audience. To hear deeply is already to participate. To participate is already to create.
ณ ที่แห่งนี้ คุณมิได้เป็นเพียงผู้ฟังที่รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
In this space, you are not the receiver of a message about social change.
แต่คุณก็คือเสียง ที่จะทำให้ดนตรี เปลี่ยนชีวิต
You are the very sound where it happens.
#ได้ยินแล้วเปลี่ยน






Credit:
Music Makes Senses
ผศ.ดร.วีรวัฒน์ สิริเวสมาศ ( มหาวิทยาลัยศิลปากร)
อ. ดร.ตวันรัตน์ มีวงศ์อุโฆษ (สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา)
Music Makes Changes
รศ.ดร. กาญจน์นภา พงศ์พนรัตน์ เชี่ยวชาญ (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)
อ.ดร.พงษ์เทพ จิตดวงเปรม (สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา)
Music Makes Humanity
ผศ. ดร.ดนีญา อุทัยสุข (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
อ.ดร.อภิญญ์พร ชัยวานิชศิริ (สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา)
อ.ดร.สุทธิศานติ์ ชุ่มวิจารณ์ (นักวิจัยอิสระ)
Hub Coordinator
ผศ.ดร.อโณทัย นิติพน (สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา)
ผศ.ดร.ศุภพร สุวรรณภักดี (สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา)
ศักดิ์ระพี รักตประจิต
ฉมามาศ แก้วบัวดี
สนับสนุนโดย
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์
สันติ ลอรัชวี
ออกแบบนิทรรศการ
แกมม่า บี
ออลโตเมติก
รมย์รวินท์ พิพัฒน์นัดดา
สันติวิธีออกแบบ
ผลิตและติดตั้งนิทรรศการ
แกมม่า บี





Leave a Reply