PHUKET NICE TO MEET YOU 2025

ภูเก็ต ยินดีที่ได้รู้จัก (พ.ศ. 2568)
สันติ ลอรัชวี

ผลงานนี้สร้างขึ้นใหม่สำหรับไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต
จัดโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม

PHUKET NICE TO MEET YOU, 2025 
Santi Lawrachawee

Commissioned by Thailand Biennale, Phuket 2025
Organized by Office of Contemporary Art and Culture, Ministry of Culture

ผลงาน
เซรามิก: ดินเผาเคลือบด้วยวัตถุดิบจากภูเก็ต 250 ชิ้น จัดวางบนฐานซีเมนต์ ขนาด 700 x 244 x 45 ซม.
นามบัตร: กระดาษปั๊มนูนด้วยแม่พิมพ์โลหะ แผ่นโลหะบรรจุในกล่องไม้ 132 ชิ้น แต่ละชิ้นขนาด 6.5 x 10 x 1.5 ซม.
วิดีโอ: วิดีโอ 2 จอ ใช้เพลทพิมพ์ออฟเซตของหนังสือพิมพ์เป็นฉาก 90 นาที
หนังสือพิมพ์: ติดตั้งบนฐานซีเมนต์กับเซรามิกเคลือบ ขนาด 35 x 50 ซม.
Ceramics: Terracotta pieces glazed with raw materials from Phuket, 250 pieces, on cement base, 700 x 244 x 45 cm
Name cards: Paper embossed with metal die in wooden box, 132 pieces, each 6.5 x 10 x 1.5 cm
Video: Two-channel video, newspaper offset plate screens, 90 minutes
Newspaper: Mounted on cement base with glazed terracotta, 35 x 50 cm

[ ] การเข้าใจขอบเขต คือการตระหนักว่าการมีอยู่ของใครบางคนย่อมทิ้งร่องรอยจากการพานพบกันไว้เสมอ ใน ภูเก็ต ยินดีที่ได้รู้จัก สันติ ลอรัชวี ตั้งคำถามถึงธรรมชาติของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ที่แม้ชั่วครู่แต่ลึกซึ้ง ผ่านการสร้างบทสนทนาช่วงสั้นๆ ระหว่างคนท้องถิ่นกับผู้มาเยือน การแลกเปลี่ยนพูดคุยกันได้ก่อร่าง “ภาพของสถานที่” ที่แม้จะเลือนหายไปตามกาลเวลา หากยังคงฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ
[ ] ภูเก็ต ยินดีที่ได้รู้จัก ถูกจัดวางให้เป็นเสมือนการร้อยเรียงประสบการณ์ ซึ่งศิลปินเก็บรวบรวมและถ่ายทอดออกมาผ่านวัตถุที่จับต้องได้ แผนที่ดินเผานำเสนอการบันทึกเส้นทางการเดินทางของศิลปินทั่วเกาะภูเก็ต ไม่เพียงจะแสดงภูมิประเทศแต่ยังสืบรอยความทรงจำและประสบการณ์ชีวิตที่เคยเกิดขึ้น กอปรด้วยเศษเสี้ยวเรื่องราวที่สั่งสมถ่ายทอดเป็นสิ่งพิมพ์ 
[ ] บทสนทนาของผู้พูดที่ไม่เปิดเผยชื่อ ฟุตเทจภาพเคลื่อนไหวแบบลองเทก นามบัตรปั๊มนูนที่ศิลปินวาดรูปใบหน้าจากชื่อของผู้คนที่เขาได้รู้จัก ทำให้เกิดเป็นรูปธรรมของการพบพาน รวมถึงเส้นทางการเดินทางของศิลปินที่บันทึกด้วยระบบจีพีเอส ชิ้นส่วนเหล่านี้ ทั้งเสียง ภาพ นามบัตร และร่องรอยต่างๆ ถูกถักทอเข้าด้วยกัน เกิดเป็นหมุดหมายของประสบการณ์ ที่ช่วยขยายบทสนทนาให้ก้าวข้ามเส้นแบ่งของแผนที่ออกไป
[ ] องค์ประกอบทั้งหมดทำงานร่วมกันเพื่อบันทึกความประทับใจทางสายตาและเสียงจากการเดินทาง สอดประสานกับรูปทรงของเซรามิก เพื่อย้ำว่าการเดินทางคือการเก็บสะสมร่องรอยของการดำรงอยู่  และด้วยวิธีนี้ ผลงานจึงมอบรูปร่างให้กับประสบการณ์ฉับพลัน ทำให้สายใยความเชื่อมโยงระหว่างผู้คน สถานที่ และช่วงเวลาอันแสนสั้น มองเห็นได้และสัมผัสได้จริง
[ ] ด้วยพื้นฐานด้านการออกแบบกราฟิก สันติได้ขยายพรมแดนของงานออกแบบไปไกลกว่าการเป็นเครื่องมือสื่อสาร หากเป็นการสร้างประสบการณ์ร่วม ซึ่งไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูลสถานที่ แต่รวมถึงการทำความเข้าใจผู้คนท้องถิ่น ภูเก็ตที่พบเจอจึงปรากฏทั้งในฐานะพื้นที่ของภูมิทัศน์และวัฒนธรรมที่หลากหลาย บ้านของกลุ่มชนทั้งชาวจีนฮกเกี้ยน ชาวอูรักลาโว้ย (ชาวเล) ชาวมาเลย์ ชาวเปอรานากัน และอื่นๆ ที่มีอัตลักษณ์ซ้อนทับสอดผสาน เมื่อผ่านมุมมองและการทำงานของตนเอง สันติเปลี่ยนมันให้เป็นแผนที่ส่วนตัวแห่งความทรงจำส่วนบุคคล ไม่ได้เริ่มต้นจากพิกัดตายตัว แต่เกิดจากสัมพันธภาพ บทสนทนา การร่วมรับประทานอาหาร ภาพถ่าย การทำงานร่วมกัน และการมีส่วนร่วมในพิธีกรรมหรือกิจวัตรประจำวัน
[ ] สันติวางตัวเองไว้ท่ามกลางวิถีชีวิตของผู้คน พร้อมสานสายสัมพันธ์ทั้งชั่วขณะหนึ่งและลึกซึ้ง การพบปะแลกเปลี่ยนเหล่านี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการให้และการตอบแทน เป็นรูปแบบของบันทึกการเดินทางที่เผยให้เห็นภาพเกาะภูเก็ตในมิติที่เต็มเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา 
[ ชมตะวัน เกลื่อนถนอม ]
[ ] To understand demarcation is to sense how presence leaves behind traces as evidence of an encounter. In PHUKET NICE TO MEET YOU, Santi Lawrachawee reflects on the fleeting and profound nature of human interaction, staging an intimate dialogue between locals and visitors. Through these momentary exchanges, a perception of place emerges: transient and indelibly etched into memory. — The installation is conceived as a constellation of experiences, gathered and translated into material form. At its heart lies a terracotta map, an imprint of the artist’s journey through Phuket. The cartography traces geography and charts the ephemeral residues of lived experience. Around it, fragments accumulate: travel logs, anonymous conversations, long-take footage, name cards, and GPS-recorded lines that echo the paths of his passage. Together, these fragments weave a multi-layered narrative of encounter. Sounds, images, and residues become markers of experience, while the video, name cards, and GPS lines extend the dialogue beyond the map itself.
[ ] These components capture the visual and sonic impressions of travel, interplaying with the ceramic form to reinforce the sense of journey as a collection of traces. In this way, the work gives shape to the ephemeral, making tangible the invisible threads of human connection that bind strangers, spaces, and fleeting moments together.
[ ] With a background in graphic design, Lawrachawee extends the language of design beyond communication into a practice of lived experience and navigation. In PHUKET NICE TO MEET YOU, the act of capturing Phuket is approached not only as documentation of a place but also as an understanding of the people who inhabit it. Phuket emerges as a multicultural and multiethnic landscape, home to Hokkien Chinese, Urak Lawoi (Chao Lay), Malaysian, Baba-Nyonya and many other communities whose identities overlap and inter-twine. Through the blending of his artistic and design practice, Lawrachawee transforms his encounters into a personal cartography of memory and relation. His map begins not with fixed coordinates but with human connection: conversations, shared meals, photographs, collaborative work, and participation in every-day rituals and ceremonies.
[ ] By engaging directly with local communities, Lawrachawee situates himself within the fabric of their lives, cultivating bonds that are both ephemeral and profound. These interactions, grounded in gestures of reciprocity, become the traces that chart his journey—revealing a portrait of Phuket as experienced through relationships, exchanges, shared memories and the rhythms of communal life.
[ Chomtawan Kleuntanom ]

สันติ ลอรัชวี มีพื้นฐานมาจากประสบการณ์การเป็นนักออกแบบและอาจารย์ด้านการออกแบบ เมื่อทำงานในสาขาทัศนศิลป์ ผลงานของเขามักเป็นการออกสำรวจระบบภาษาของงานกราฟิกและตัวอักษร เขาปรับใช้หลักและตรรกะสื่อของการออกแบบกราฟิกเพื่อสร้างกระบวนการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เวลา และพื้นที่ เขายังคงนิยมใช้สื่อและวิธีการที่ยังรู้สึกเชื่อมโยงอยู่ เช่น การออกแบบตัวอักษร สัญลักษณ์ ตราสัญลักษณ์ แผนที่ หนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ 
Santi Lawrachawee’s works are rooted in his training as a designer and his experience as a design lecturer. In the realm of visual arts, he applies the grammar and media logic of graphic design to create interactive processes activating people, time ,and space. He prefers to work with media and methods he feels strongly connected to, including symbols, logos, maps, books, and other published material. His works are often explorations of the language systems of graphics and typography. 

จัดแสดง ณ โรงหนังเพิร์ล จังหวัดภูเก็ต [ 29 พ.ย. 2568 – 30 เม.ย. 2569 ]
โรงภาพยนตร์เพิร์ล สร้างราวปี พ.ศ. 2513 กล่าวกันว่า ตัวอาคารถอดแบบมาจากโรงหนังสกาล่าในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นในยุคนั้น ที่นี่ถือเป็นโรงภาพยนตร์แห่งแรกของภูเก็ตที่มีขนาดและมาตรฐานระดับโรงหนังสมัยใหม่ พร้อมห้องแยกสำหรับการฟังซาวด์แทร็กโดยเฉพาะ ภาพยนตร์ที่เข้าฉายส่วนใหญ่เป็นภาพยนตร์ต่างประเทศ โดยเรื่องแรกที่เข้าฉายคือ โตรา โตรา โตร่า การปิดตัวของโรงหนังเพิร์ลเกิดขึ้น พร้อมกับยุครุ่งเรืองของร้านเช่าวิดีโอ หลังจากนั้น อาคารถูกเช่าเป็นสถานบันเทิงยามคํ่าคืนช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนถูกปรับ เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์สามมิติราวปี 2556 โรงภาพยนตร์แห่งนี้ จึงเปรียบเสมือน “พื้นที่แห่งความทรงจำร่วม” ที่ถ่ายทอด ประสบการณ์ความบันเทิงของชาวภูเก็ตมายาวนาน และเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของเมือง ทั้งในมิติเทคโนโลยี วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ
Venue: Pearl Theater, Phuket [ 29 November 2025 — 30 April 2026 ]
When it opened in 1971, the Pearl Theatre was the first in town to screen foreign films with their original soundtracks. Etched in the memories and dreams of generations of Phuketians, this cherished site was their portal to a wider, international popular culture. The theatre sat at the heart of a prominent hospitality and amusement complex, flanked by a bowling alley and a hotel that was a popular venue for nightlife and adult entertainment. In 2013, it was reborn as a hall of attractions lined with trompe l’oeil murals. The Biennale works add another layer to this history of visual pleasure and affective labour, recalling the past lives of a precinct haunted by the gendered, working body—the hinge between sensual experience and economic value. 

[สถานที่จัดแสดงเพิ่มเติม]
มิวเซียมภูเก็ต 
โมเมนเทรี่ คอฟฟี แอนด์ โฮสเทล: ภูเก็ต โอลด์ ทาวน์
[Additional Venue]
Museum Phuket 
Momentary Coffee and Host-tell

[ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์]
อริญชย์ รุ่งแจ้ง และ เดวิด เทห์
[Artistic Director]
Arin Rungjang / David Teh
[ภัณฑรักษ์]
มาริสา พันธรักษ์ราชเดช และ เฮร่า ชาน
[Curator]
Marisa Phandharakrajadej / Hera Chan
[ผู้ช่วยวิจัย] 
สกัณห์ อายุรพงศ์
พนิดา วสุธาพิทักษ์
กนกนุช ศิลปวิศวกุล
[Research Assistant] 
Skan Aryurapong / Phanida Vasutapitak / Kanoknuch Sillapawisawakul
[ผู้ร่วมประสานงานในพื้นที่]
เพ็ญจมาส ศิริกิจวัฒนา
อภิวัฒน์ ทองยวน
ลิขิต หล้าแหล่ง
ฐิติกร สุจิรชนานนท์
[Local coordinators] 
Penjamas Sirikijwattana / Apiwat Thongyoun / Likit Lalaeng / Titikorn Suchirachananon
[ภาพถ่ายแผนที่ดาวเทียม] 
นอสตร้า แมพ
[Satellite map of Phuket Island]
NOSTRA MAP
[นามบัตรปั๊มนูน]
ทรงพล เพรส, กรุงเทพฯ
[Embossed Namecard]
Songpol Press, Bangkok
[หนังสือพิมพ์]
เออร์เจนท์ แทค, กรุงเทพฯ
[Newspaper]
Urgent Tag, Bangkok
[กล่องไม้จัดแสดงนามบัตร]
หิรัญพฤกษ์ ไตรจักรภพ
[Wooden Box]
Hirunpruek Trichakraphop
[ประกอบจอฉายโปรเจคเตอร์จากเพลทพิมพ์]
โมบิลไซน์ เซ็นเตอร์, กรุงเทพ 
[Projector Screen]
Mobile Sign Center, Bangkok

[Momentary Footnotes] (Prints)
[ บรรณาธิการ ]
เพ็ญจมาส ศิริกิจวัฒนา
[ผู้ถอดบทสนทนา] 
เพ็ญจมาส ศิริกิจวัฒนา
พุทธินี นิ่มพิทักษ์พงศ์
จิตติกานต์ เสียมหาญ
ศิญาภัสร์ วลีย์โรจนกุล
[ผู้พิสูจน์อักษร]
เพ็ญจมาส ศิริกิจวัฒนา
พุทธินี นิ่มพิทักษ์พงศ์
โชติอนันต์ จิตต์สมบูรณ์
เอกชัย ตันสุคตานนท์ 
กนกนุช ศิลปวิศวกุล
[ผู้ร่วมให้ข้อมูล] 
สมโชค ประโมงกิจ
จักรณรงค์ ภักตรามุกข์
ประภาพรรณ ศักดิ์แก้ว และ ครอบครัวรุกขชาติ 
[Editor]
Penjamas Sirikijwattana
[Transcriptionists] 
Penjamas Sirikijwattana / Puttinee Nimpitakpong / Jittikan Siamhan / Siyapas Waleerojanakul
[Proof Readers] 
Penjamas Sirikijwattana / Puttinee Nimpitakpong / Chotanan Jitsomboon / Ekkachai Tunsukatanon / Kanoknuch Sillapawisawakul
[Contributors] 
Somchok Pramongkit / Jaknarong Paktramuk / Praphaphan Sakkaew and Rukkhachat‘s family

[Momentary Footages] (VDO)
[บรรณาธิการ / ถ่าย / ตัดต่อ]
สกัณห์ อายุรพงศ์
[Editor]
Skan Aryurapong, SKANBOMBOMB

[Momentary Footprints]  (Ceramic)
วราวุฒิ พุ่มงาม
Warawut Pumngam, Green Grey Art Studio & Gallery, Phuket

[ผู้ช่วยติดตั้งผลงาน]
พลอยชมพู แจ่มนุช
ณัฐพงศ์ ดาววิจิตร
ณัฏฐ์กฤตา นราพรพิพัฒน์
อวัสดา  โมทย์ศิริ
ภูษณิศา ศุภวงศ์
พุทธินี นิ่มพิทักษ์พงศ์
โชติอนันต์ จิตต์สมบูรณ์
[Assistant installer]
Ploychompoo Jamnuch / Nuttapong Daovichitr / Natkritta Narapornpipath / Awatsada Motsiri / Phusanisa  Suppawong / Puttinee Nimpitakpong / Chotanan Jitsomboon

[วางแผน / ติดตั้ง / จัดไฟ]
ซุปเปอร์นอร์มอล สตูดิโอ
[บริหารจัดการ]
ห้องทดลองภัณฑารักษ์รอคอยคุณ
[ถ่ายภาพนิทรรศการ] 
ศิญาภัสร์ วลีย์โรจนกุล
สันติ ลอรัชวี
อธิวัฒน์ สุขคุ้ม (เพจ: วาดแสง)
[Installation / Lighting]
Supernormal Studio
[Management]
Waiting You Curator Lab
[Exhibition Photo]
Siyapas Waleerojanakul
Santi Lawrachawee
Atiwat sukkhum (Page: Waadsang)

[เจ้าหน้าที่นำชมผลงานที่โรงหนังเพิร์ล]
อรุณรัตน์  พลชัย (จุ๋ม)
ธีรภัทร ชูถนอม (เต้)
ยุคนธร โผแพ (คิม)
สุวรรณี สัตย์สุข  (อูมมี่)
กนิษฐา บุญญะโน (เมย์)
สิริยุพน แสงอินทร์ (ปูเป้)
ณัฐวดี อัศวภูมิ (ฟร้อน)
รัตติกาล ยะรัตน์​ (​โสภิต)
[Docents] [Pearl Theatre]
Arunrat pholchai / Natthawadee Assaphoom / Yukhonthon Phophae / Rattikarn  Yarat / Siriyuphon Saengain / Teerapat Choothanom  / Suwannee Satsuk / Khanitta Boonyano

[ขอขอบคุณ]
นอสตร้า แมพ
โมเมนเทรี่ คอฟฟี แอนด์ โฮสเทล: ภูเก็ต โอลด์ ทาวน์
ศาลเจ้าปุดจ้อ, ภูเก็ต  
อยู่ฮาก การพิมพ์, ภูเก็ต  
โรงโกปี๊, ภูเก็ต 
บ้านชินประชา
เดอะ เรเมดี้, ภูเก็ต 
ชาวเลอุรักลาโว้ย เกาะสิเหร่ ทุกคน
มิวเซียมภูเก็ตและเจ้าหน้าที่ทุกคน
ฉลอง ลอยสมุทร ผู้เป็นที่มาของหุ่นไม้ปริศนาในพื้นที่จัดแสดง
อาม่าติ๊น จรูญศรี เทพกุลมานนท์
อาม่าหัว เรวดี บุญเปกข์ตระกูล
สริยา และ ปัณณ์ ลิมป์บุญส่ง
อานนท์ ภู่เจริญ แห่ง เดอะ ฌาร์ม ภูเก็ต
ศิริเลิศ ผลสิน
ขวัญชัย และ นิชชญานันท์ อัครธรรมกุล
พรผกา คงกะพันธ์ (ตาล)
อรพินท์ วิพัฒนกำจร (โบ)
ทีมภัณฑรักษ์
ทีมติดตั้งทุกคน
ทีมจัดการทุกคน
ทีม JWD ทุกคน
รวมถึงทุกสถานที่และทุก ๆ คนที่ได้รู้จัก ร่วมงาน และมอบไมตรีให้
ด้วยความยินดีที่ [ปุดจ้อจัดสรร]
[My sincere thanks to]
Pud Jor Shrine, Phuket
Jui Tui Shrine, Phuket
Momentary Coffee and Host-tell, Phuket
Museum Phuket, Phuket
JOO HUCK PRINTING , Phuket
Rong Kopi, Phuket
The Remedy, Phuket
Urak Lawoi Sea Gypsy community of Koh Sirey, Phuket
Museum Phuket, Phuket
The Charm Dining Gallery, Phuket
Chinpracha House, Phuket
Kwanchai and Nitchayanun Akkaratammagul
Including all the places and people I’ve met, worked with, and given friendship to…
With pleasure, [Pudjo Arranged]

[ . . . ]

Image courtesy: Santi Lawrachawee

บันทึกทุกขณะที่ “ยินดี” 
โดย เพ็ญจมาส ศิริกิจวัฒนา
[ภูเก็ต…ที่คุณรู้จักเป็นแบบไหน?]
โปรดอธิบาย
.
.
.
[ขณะรู้จัก สันติ]
ความตื่นเต้นในตอนที่นั่งเขียนบทบรรณาธิการอยู่นี้ ไม่ต่างอะไรกับตอนที่ได้เจอติ๊ก – สันติ ลอรัชวี เป็นครั้งแรก ใครจะไปคิดว่า วันดีคืนดีจะได้ทำงานร่วมกับนักออกแบบที่เราเคยแต่ชื่นชมผลงาน อ่านบทสัมภาษณ์และถ้อยคำบอกเล่าผ่านสื่อต่าง ๆ จนถึงขั้นที่เล็งจะลงเรียนคอร์สของ Practical School of Design ไว้อีกต่างหาก แนวคิดของติ๊กจากผลงานมากมายทำให้เราได้เห็นภาพการร้อยเรียงความสัมพันธ์ของเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยใช้การออกแบบที่สามารถก้าวข้ามเส้นแบ่งอาณาจักรของงานออกแบบไปสู่พื้นที่ศิลปะร่วมสมัยได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ใช่แค่เรื่องงานออกแบบที่สามารถรับรู้ได้ด้วยการทัศนะเท่านั้น แต่เราเชื่อว่าติ๊กได้เบลนด์อินตัวเองกับงานออกแบบไปอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด เพราะสันติวิธีนั้นไม่ใช่แค่ผลงานที่ส่งเสียงออกมาเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงวิถีชีวิตปกติของติ๊กที่เผยให้เห็นถึงการบริหารความสัมพันธ์ที่ไม่ลดลาวาศอก มีความเข้าอกเข้าใจ การทนุถนอมมิตรภาพเก่า-ใหม่ การตัดบางอย่างออก และการนับรวมบางอย่างเพิ่ม เราเหมาใจเอาเองว่าทั้งครอบครัว ที่นับรวมคุณโซซู เพื่อนสนิท ทีมงานใกล้ชิด เพื่อนร่วมงาน  เพื่อนฝูง และผู้คนที่พบพานติ๊ก แม้เพียงชั่วขณะหนึ่งหรือยาวนานก็ตามนั้นนับเป็นเรื่องน่ารื่นรมย์ยิ่ง แล้วเมื่อติ๊ก-สันติ ลอรัชวี ได้รับเลือกเป็นศิลปินร่วมสมัยดีเด่น “รางวัลศิลปาธร” สาขาศิลปะการออกแบบ ในปี 2568 เราเชื่อสนิทใจว่ากัลยาณมิตรทั้งหลายต่างส่งกระแสคลื่นแห่งความยินดีและปรารถนาดีอย่างจริงใจไปถึงติ๊กอย่างล้นหลามแน่นอน

[ขณะรู้จัก ปุดจ้อ]
แวบแรกที่รู้ว่างานของติ๊กจะเกี่ยวข้องกับพูดคุยกับผู้คนเพื่อแม็ปปิ้งเส้นทางของผู้คนเหล่านั้นด้วย ในตอนนั้นจินตนาการของเราเหมือนมวลหมอก ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี แล้วเมื่อถึงกำหนดการลงพื้นที่ภูเก็ตมาถึงวันแรกในวันที่ 9 ธันวาคม 2567 นั้น หนึ่งในแผนการเดินทางลงพื้นที่วันแรกนั้น เป็นการรู้จักวิถีวัฒนธรรมความศรัทธาในแบบฉบับคนภูเก็ตเชื้อสายจีนที่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง ซึ่งนอกจากจะรับรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าจีนที่ชาวภูเก็ตนับถือศรัทธาตามความเชื่อที่ส่งต่อกันมาอย่างเหนียวแน่นแล้ว นั่นยังเป็นการทำความรู้จัก องค์กวนอิม หรือ “ปุดจ้อ” เป็นครั้งแรกในบริบทของภูเก็ต ซึ่ง ณ เวลานั้น ได้ย้ายมาประดิษฐานที่ศาลเจ้าหรืออ๊ามจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง เป็นการชั่วคราว เราสังเกตเห็นว่าติ๊ก มีความสนใจและอินในเรื่องราวของปุดจ้อมาก กระทั่งตรงดิ่งไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์ปีชงก่อนใครเพื่อน ถ้าเราจำไม่ผิดหนังสือเล่มแรกที่ติ๊กได้จากภูเก็ตยังเป็นหนังสือ “ครบรอบ108ปี เป๊งหยองซ้านจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง” ไม่มีเรื่องบังเอิญจริง ๆ เมื่อติ๊กบอกในวันเดียวกันนั้นว่า “เหมือนว่าวันแรกก็เจอแนวทางในการทำงานแล้ว” และยิ่งหลังจากการได้นัดเจอกับอาจารย์กร-ฐิติกร สุจิรชนานนท์ อาลักษณ์อ๊ามจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง ในอีกสองสามวันถัดมา ทำให้น้ำหนักความเป็นไปได้ชัดมากขึ้น เรื่องราว “เซียมซีขอชื่อจีน” จากปุดจ้อได้อวดและย้ำให้เห็นความเชื่อความศรัทธาของชาวภูเก็ตที่มีต่อปุดจ้อซึ่งเป็นศูนย์กลางความรัก ความเมตตา เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางกายและใจตั้งแต่เกิดจนชั่วชีวิต จากศรัทธาของคนที่นี่นำไปสู่บทสรุปแนวทางเริ่มต้นบทสนทนาระหว่างติ๊กและผู้คนธรรมดาบนเกาะภูเก็ตจำนวนหนึ่ง ซึ่งปุดจ้อได้เมตตาจัดสรรให้ติ๊กได้พบเจอผู้คนอื่น ๆ อีกมากมายระหว่างการเดินทางบนเกาะนี้ ซึ่งล้วนแต่พร้อมที่ร่วมสร้างบทสนทนาด้วยความยินดี …เราเชื่อว่าปุดจ้อไม่ใช่แค่ชี้แนะ แต่ยังเดินเคียงข้างทุกคนในทีมไปด้วยกัน ติ๊กบอกเสมอว่าสิ่งนั้น “ปุดจ้อจัดสรร” เพราะท้ายที่สุดพวกเราก็เชื่ออย่างนั้นด้วย

[ขณะรู้จัก “ยินดี”]
ติ๊กทำความรู้จักภูเก็ตผ่านบทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างตนเองกับผู้คนอย่างเรียบง่ายและละเมียดเชิงความสัมพันธ์ด้วยวิถีของ Micro Narrative เป็นการบอกเล่าเรื่องภูเก็ตด้วยบริบทความสัมพันธ์ของผู้คนกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของแต่ละคนบนเกาะแห่งนี้ ทั้งจากการลงสำรวจพื้นที่ การร่วมงานประเพณี และการทำความรู้จักผู้คนในพื้นที่ต่าง ๆ และนำสิ่งที่ได้จากการทำความรู้จักนี้มาเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างงาน “ภูเก็ต…ยินดีที่ได้รู้จัก” ที่กลายเป็นแผนที่ภูเก็ตในการรับรู้ของติ๊กในฐานะผู้มาเยือนชั่วขณะที่ได้พยายามรู้จักภูเก็ตให้มากที่สุดผ่านถ้อยคำการบอกเล่าของแต่ละคนที่พานพบทุกบทสนทนานั้นไม่เพียงเป็นเรื่องราวลื่นไหลและงดงามอย่างเหลือเชื่อเท่านั้น แต่ยังมีความอัศจรรย์มไม่น้อยด้วย เพราะแม้จะเป็นไดอะล็อกที่ต่างห้วงเวลา ต่างเหตุการณ์ ต่างความสัมพันธ์ ต่างสถานที่ แต่จะมีเรื่องราว ณ ขณะหนึ่งที่มาบรรจบเจอแล้วสามารถร้อยเรียงเชื่อมโยงกันได้อย่างลงตัว หลายครั้งคล้ายว่าบทสนทนาหนึ่งจะมีคำถามและอีกบทสนทนาหนึ่งก็มีคำตอบล้อกันไปมาตลอดเส้นทางราวกับปุดจ้อจัดสรร 

ณ เวลาที่นั่งเขียนบทบรรณาธิการนี้ ในห้วงสุดท้ายของการปิดต้นฉบับยิ่งชัดเจนว่าการรู้จักภูเก็ตของติ๊กนั้นได้กลายเป็นความน่ายินดีเป็นพิเศษที่เต็มไปด้วยรัก ศรัทธา อบอุ่น มีความแบ่งปันเป็นหมี่เจ๊ง (ผงปรุงรส) เพราะการพบปะและการเกิดขึ้นของบทสนทนาเกือบทุกครั้งนั้นได้เดินหน้าไปสู่การสร้างมิตรภาพหน้าใหม่ และการรื้อฟื้นมิตรเก่า จนการกลายเป็นสมาชิกครอบครัวคนภูเก็ตที่ติ๊กผูกพัน สิ่งที่เราได้เห็นมาตลอดจนอยากบอกว่าติ๊กรู้จักภูเก็ตดีมาก เราว่าการเลือกสร้างบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติเหล่านั้นแม้ว่าจะต้องทำการบ้านอย่างหนัก แต่มันทำหน้าที่กรอบรูปทรงภูเก็ตให้ติ๊กโดยไม่เพียงรู้จักแต่ยังรู้ใจภูเก็ตด้วย วันนี้จึงไม่แปลกใจเลยที่เวลาไปไหนติ๊กทักทายผู้คนได้อย่างไม่เคอะเขินและผู้คนต่างก็ทักทายติ๊กอย่างคุ้นเคย ติ๊กกลมกลืนจนกลายเป็นสมาชิกตลอดชีพของภูเก็ตไปแล้ว “ยินดีต้อนรับโก๊ติ๊ก” สู่บ้านหลังที่ 2 

[ขณะรู้จัก “ภูเก็ต”]
ในห้วงเวลาของถอดเทปบทสนนทนาที่ยาวนานระหว่างติ๊กและคนภูเก็ตร่วม 50 ชั่วโมง นั้น แม้จะระคนไปด้วยความรู้สึกท้อใจกันบ้างด้วยเสียงแทรกแซง ไม่ชัดเจน รบกวน อื้ออึง และบทสนทนาหลักที่มีหลายวง แต่เรากลับมีความรู้สึกราวนั่งอยู่ในวงสนทนานั้นด้วยกัน มันมีทั้งความสนุก ฮา ตื่นเต้น ลุ้น หอม หิว อยากรู้ อยากเห็น การเผลอลั่นบทสนทนาบางตอนขึ้นมา หรือการหัวเราะคนเดียวกลายเป็นเรื่องปกติของทีมถอดเทปไป รวมภาษาถิ่นภูเก็ตที่พิเศษไปด้วยถ้อยคำ สำเนียง และวัฒนธรรมบางอย่าง ที่ดึงให้เราหันไปค้นคว้าเพิ่มเพื่อเข้าใจบริบทของบทสนทนา นั่นล้วนเป็นการแบ่งปันการรู้จักภูเก็ตได้อย่างดี [แม้จะลำบากแต่ก็เต็มใจแหละ อือ] ยังมีสิ่งหนึ่งที่สะดุดใจมากคือเราสัมผัสได้ว่าเรื่องราวเหล่านั้นมันไปขับกรอบความเป็นภูเก็ตให้เด่นชัดมากขึ้น ทำให้เราได้มองเห็นว่าแท้จริงแล้วคนภูเก็ตมีเรื่องราวมากมายไม่น้อยที่ยึดโยงจิตวิญญาณเราไว้ด้วยกันอย่างแข็งแรงโดยที่เราต่างไม่รู้ตัว และไม่ใช่เพียงผู้คนร่วมสามสิบกว่าชีวิตนั้นที่ช่วยกันก่อรูปกรอบร่างภูเก็ตขึ้นมาในรูปแบบหนึ่งอยู่บนหน้าหนังสือเล่มนี้เท่านั้น ติ๊กยังเจอผู้คนอีกจำนวนมากในระหว่างทางของการลงเก็บข้อมูลเพียงแค่ไม่ถึงปีทั้งตั้งใจและโดยบังเอิญ รวมถึงจากกระบวนการเวิร์กช็อป [PHUKET] Nice to meet you ที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ช่วยติ๊กทำความรู้จักพื้นที่ผ่านการเดินเท้าและแลกเปลี่ยนเรื่องราวกัน

ท้ายที่สุดการรู้จักภูเก็ตในแบบฉบับของ ติ๊ก-สันติ ลอรัชวี ที่ดูเหมือนเรียบง่ายนั้น แท้จริงแล้วได้ผ่านการคิด ไตร่ตรอง ทำงานหนัก ตกผลึก และเลือกครั้งแล้วครั้งเล่ามาอย่างดีแล้ว นั้นทำให้เรากล้ารับประกันได้ว่า ไม่ว่าคุณจะเดินมาเจอ Momentary Footnote ก่อน หรือเดินไปเจอ [PHUKET] Nice to meet you และ Momentary Footage ก่อนก็ตาม คุณจะเกิดภาพบางอย่างในหัวที่ปั่นป่วนชวนให้คุณสงสัยและสะดวกใจจนอยากจะเดินต่อไปชมทุก ๆ งานของเขาแน่นอน

[ขณะรู้จัก กัลป์]
ณ ขณะที่ได้ติ๊กได้รู้จักภูเก็ตมากขึ้น ปุดจ้อจัดสรรให้ทำงานเพิ่มเติม บทสนทนกับอาจารย์กร-ฐิติกร สุจิรชนานนท์ อาลักษณ์ของอ๊าม เกิดขึ้นอีกระลอก หลังจากเดินกันออกมาจากอ๊ามปุดจ้อที่กำลังบูรณะ พวกเราเลืกแวะร้านโรงโกปี้ ระหว่างการกินข้าวบทสนทนาพาไหลเลื่อนไปสู่การออกแบบป้ายอ๊ามปุดจ้อ เราว่ามันเป็นจังหวะปุดจ้อจัดสรรด้วยนะ จู่ ๆ ติ๊กก็พูดขึ้นมาว่า เดี๋ยวตอนทำป้ายอ๊ามปุดจ๊อเราควรหลีกการใช้อักษรแนวตัวเขียนจีนที่ใช้กันเยอะมากจนขาดอัตลักษณ์ไปแล้ว ควรถือโอกาสที่อ๊ามบูรณะสวยงามแล้วนี้ออกแบบอัตลักษณ์ได้ และย้ำกับกรว่าจะต้องทำเมื่อไรบอกนะติ๊กจะช่วย แต่ไม่ทันไรติ๊กก็มีไอเดียบรรเจิดขึ้นมาและรับปากว่ากลับไปกรุงเทพฯ รอบนี้จะไปทาบทามลูกศิษย์คนหนึ่งที่เป็นนักออกแบบชุดตัวอักษรมือฉมัง ซึ่งความอัศจรรย์ยินดีเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อ ปอมป์ ขวัญชัย อัครธรรมกุล ตบปากรับคำออกแบบให้ทันทีที่ติ๊กเล่าถึงปุดจ้อให้ฟัง การทำงานร่วมกันของติ๊ก กรและปอมบ์ ทำให้แบบตัวอักษร DELT Pud Jor Shrine เกิดขึ้นซึ่งนับเป็นเหตุการณ์พิเศษอีกครั้งหนึ่ง ทั้งเรื่องราวความเป็นมาของฟอนต์ที่ลึกซึ้งมีความเชื่อมโยงกับที่มาของการออกแบบฟอนต์เดิมของอ๊ามปุดจ้อและเพิ่มเติมความเป็นองค์ประกอบเส้นพุ่กันของอักษรจีน นับแต่นี้อ๊ามปุดจ้อ ก็จะมีฟอนต์ที่เป็นอัตลักษณ์เพื่อการสื่อสารเป็นของตนเองแล้ว อ๋อ การรู้จักกันและกัลป์…มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

[ขณะรู้จัก จบ]
สิ่งที่เขียนมาทั้งหมดนี้ เราไม่แน่ใจนักว่าจะเรียกว่าบทบรรณาธิการได้หรือเปล่า แต่เป็นสิ่งที่ใช้ความรู้สึกบันทึกเรื่องราว ณ ขณะนั้นไว้ ซึ่งมันไม่ได้มีหลักการอะไร นอกจากรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่รับรู้ก็ถ่ายทอดอย่างั้น แม้ไม่ได้คมชัดทุกถ้อยคำ แต่ทุกการรับรู้นันสัมผัสได้ว่าสิ่งที่ติ๊กลงมือทำนั้นไม่เพียงแต่คิดตามหลักการออกแบบเชิงประจักษ์มาดีแล้วเท่านั้น แต่ติ๊กยังใช้ลางสัมผัสได้อย่างละเอียดและชัดเจน เราเชื่อว่าสิ่งนี้ถูกขัดเกลาจากความรู้ ประสบการณ์และการรู้ฟังเสียงความรู้สึกของตัวเองเสมอ เมื่อสิ่งนั้นทำงานร่วมกับ “ปุดจ้อจัดสรร” ทำให้การตัดสินใจในความลังเลหลาย ๆ ครั้งนั้น มั่นใจมากขึ้น แล้วก็ออกมาดีทุกครั้งเสียด้วย…มันธรรมดาเสียที่ไหน 

ภูเก็ตในแบบของติ๊ก จึงเป็นภาพที่เกิดขึ้นจากถ้อยคำที่พรั่งพรูหลากหลายแง่จากผู้คนที่นี่ มีรูปทรงเฉพาะ ที่มองผ่านเลนส์ประสบการณ์ของติ๊ก ด้วยข้อสังเกตต่าง ๆ จนออกมาเป็น [PHUKET] Nice to meet you นั้น เราเชื่อเหลือเกินว่าภาพนั้นอาจจะไม่ใช่ภูเก็ตที่ใครต่อใครคาดคิด หรือ อาจจะเคยอ่านเจอในหนังสือ หรือ ว่าได้รับฟังจากมัคคุเทศก์แต่อย่างใด … แต่มันถ้วนถี่ในแบบของติ๊ก

เราเลยอยากถือโอกาสนี้ชวนทุกคนที่กำลังนั่งอ่าน Momentary Footnote นี้ ไปรู้จักภูเก็ตด้วยความยินดีในเวอร์ชันของ ติ๊ก-สันติ ลอรัชวี กัน ชื่อผลงาน [PHUKET] Nice to meet you จัดแสดงอยู่ ณ “เพิร์ล เทียเตอร์” หรือโรงหนังเพิร์ล แล้วคุณอาจมีภูเก็ตในมุมที่ไม่เหมือนของ สันติ ลอรัชวี เลยสักนิดก็เป็นได้ ซึ่งนั่นยิ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากไปอีก  แต่หากคุณได้ชมผลงาน [PHUKET] Nice to meet you แล้ว Momentary Footnote นี้จะทำให้คุณยิ่งสนุกไปกับการมองหาจุดเชื่อมโยงเรื่องราวของแต่ละบทสนทนา และเติมเต็มมุมมองของคุณที่มีต่งาน “ภูเก็ต ยินดีที่ได้รู้จัก” อย่างได้อรรถรส

แล้วหากใครสักคนเผลอเดินไปเจอติ๊ก ลองทักทายเขาดูสักครั้ง…คุณอาจกลายเป็นอีกหนึ่งบทสนทนา ที่จะได้รับการบันทึกอยู่ในหน้าสมุดและความทรงจำของติ๊ก และอาจกลายเป็นงานอะไรสักอย่างที่เขานึกครึ้มอกครึ้มใจ…ก็ได้นะ

Leave a comment