สันติวิธีการอ่าน
.
ยินดีที่ได้ข่าวว่า สนพ.นิสิตสามย่าน ได้ลิขสิทธิ์แปลหนังสือที่น่าสนใจเล่มนี้ 🤍
.
หากลองมองผ่านเนื้อหาจากหนังสือ Design after Capitalism ของ Matthew Wizinsky โดยเน้นไปที่การสำรวจบทบาทของผู้ออกแบบและอนาคตของสถาบันการศึกษาด้านการออกแบบในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ก็อาจจะพอสะท้อนให้พอเห็นท่วงทำนองของโลกการออกแบบที่จะเปลี่ยนไป
.
ในโลกที่ “ทุกอย่างถูกออกแบบมาแล้ว” ตั้งแต่แก้วกาแฟไปจนถึงอัลกอริทึมโซเชียลมีเดีย เรามักมองว่าการออกแบบเป็นเพียงเครื่องมือในการสร้างความสวยงามหรือการแก้ปัญหาเชิงธุรกิจ แต่ในหนังสือ Design after Capitalism เขากลับชวนมองลึกลงไปว่า การออกแบบคือ “การสร้างโลก” (World-making) ที่ส่งผลต่ออำนาจ ความสัมพันธ์ทางสังคม และความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์
.
เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ชวนทบทวนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของนักออกแบบ และคำถามที่สถาบันการศึกษาต้องตอบให้ได้ในยุคที่ “ทุนนิยม” ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป ดังเห็นได้จากบทบาทอละกิจกรรมของนักออกแบบรุ่นไม่น้อยในปัจจุบัน;
.
“นักออกแบบในฐานะ ‘ผู้ไกล่เกลี่ยอำนาจ’ (Design as Political Agency)”
วิซินสกี้สะท้อนภาพจากวัยเด็กในดีทรอยต์ เมืองที่เคยเป็น “เมืองหลวงของอุตสาหกรรม” แต่กลับกลายเป็น “ซากปรักหักพัง” ในเวลาต่อมา ภาพนี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่บอกว่า ผลิตภัณฑ์เพียงชิ้นเดียวสามารถสร้างและทำลายเมืองได้ บทบาทของนักออกแบบจึงไม่ใช่แค่การทำตามคำสั่งลูกค้า (Business as usual) แต่คือการเป็นผู้กำหนด “วิธีดำรงอยู่ในโลก” (Ways of being) ของผู้ใช้ เมื่อเราออกแบบอินเทอร์เฟซหรือบริการ เรากำลังตัดสินใจแทนผู้คนนับล้านว่าเขาสมควรจะมีอำนาจแค่ไหนในพื้นที่นั้น
.
“การออกแบบจึงไม่ใช่แค่การสร้างวัตถุ แต่คือการสร้าง ‘สถาบัน’ (Institution making) ที่กำหนดว่าแรงงานจะถูกใช้ไปอย่างไร และทรัพยากรจะถูกผลาญไปเท่าไหร่”
.
เมื่อ ‘ปัจจัยภายนอก’ ไม่มีอยู่อีกต่อไป (No More Externalities) ในยุคทุนนิยมสมัยใหม่ นักออกแบบถูกสอนให้มองข้าม “ผลกระทบข้างเคียง” เช่น ขยะมลพิษหรือแรงงานราคาถูกในประเทศที่สาม โดยเรียกมันว่า ปัจจัยภายนอก (Externalities) แต่ในยุค Anthropocene หรือยุคที่กิจกรรมมนุษย์เปลี่ยนระบบนิเวศโลกจนกู่ไม่กลับ วิซินสกี้เตือนว่า ไม่มี “ที่อื่น” ให้เราทิ้งขยะอีกต่อไป นักออกแบบยุคใหม่จึงต้องเผชิญกับความจริงที่ว่าทรัพยากรมีจำกัด การออกแบบเพื่อการบริโภคที่ไม่สิ้นสุด (Infinite Growth) กำลังสวนทางกับขีดจำกัดของดาวเคราะห์ที่เราอาศัยอยู่ นี่คือแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้นักออกแบบต้องก้าวข้ามจากการเป็น “ผู้รับใช้ตลาด” ไปสู่การเป็น “ผู้ประกอบการเชิงสังคม” (Socially Empowered Entrepreneur)
.
สถาบันการศึกษา: เมื่อ ‘วิชาชีพ’ ก้าวไม่ทัน ‘ความจริง’
ข้อสังเกตที่น่าสนใจที่สุดของวิซินสกี้ในฐานะอาจารย์ คือความย้อนแย้งในรั้วมหาวิทยาลัย; สถาบันส่วนใหญ่ยังสอนแบบ “ฝึกงานช่าง” (Craft-based apprenticeship) หรือมุ่งเน้นการตอบโจทย์ธุรกิจเพื่อผลกำไรสูงสุด ซึ่งเป็นโมเดลที่ตายไปแล้วตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ในขณะที่เกิดสภาวะหยุดชะงักของนักศึกษา คนรุ่นใหม่คับแค้นต่อความเหลื่อมล้ำและสภาวะโลกร้อน แต่พวกเขากลับ “มืดแปดด้าน” เพราะไม่ได้รับการสอนให้จินตนาการถึงโลกอื่นที่นอกเหนือจากระบบทุนนิยม . [แต่ส่วนตัวแล้ว craft-based practices ยังมีความสำคัญต่อการออกแบบเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยที่เทคโนเทคโนโลยีที่เข้ามารับบทแทนมนุษย์แบบยกกำลัง] หากแต่ทิศทางใหม่ที่สถาบันการศึกษาต้องใส่ใจให้มาก อาจจำเป็นต้องสอนเศรษฐศาสตร์การเมือง (Political Economy) นักออกแบบต้องเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจ เงิน และทรัพยากร ไม่ใช่แค่เรื่อง UX/UI หรือความสวยงาม ส่งเสริมการออกแบบเชิงคาดการณ์ (Speculative & Critical Design) โดยฝึกให้นักศึกษากล้า “ฝัน” ถึงอนาคตที่เป็นไปได้ (Alternative Futures) แม้สิ่งนั้นจะยังไม่มีชื่อเรียกในปัจจุบัน และการปลดแอกทางญาณวิทยาทางการออกแบบ (Decolonizing Design) เลิกยึดถือโมเดลแบบตะวันตกที่เน้นการผลิตเพื่อสะสมความมั่งคั่ง และหันมาสร้าง “เศรษฐกิจชุมชน” ที่ยั่งยืน รวมไปถึงบุคลากรทางการศึกษาที่ควรหันมาปฏิบัติตัวเป็นนักออกแบบการเรียนรู้และการถ่ายทอดมากกว่าเป็นครูผู้สอนที่เอาแต่ยึดถือหลักสูตรที่ร่างตกลงกันไว้
.
อย่างไรก็ตาม วิซินสกี้ไม่ได้บอกว่าทุนนิยมคือปีศาจ แต่เขาชี้ให้เห็นว่ามันเป็นเพียง “ระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น” และเมื่อมันพิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถกระจายความมั่งคั่งหรือรักษาโลกไว้ได้ เราก็มีสิทธิที่จะ “ทิ้ง” หรือ “ปรับเปลี่ยน” มัน
.
บทบาทของนักออกแบบในยุค Post-Capitalism (หลังทุนนิยม) อาจเริ่มที่การเลิกมองว่าตัวเองเป็นเพียงฟันเฟืองในเครื่องจักรผลิตเงิน แต่ต้องมองว่าทุกลายเส้นที่นำเสนอ ทุกรหัสที่ประดิษฐ์ คือการวางอิฐก้อนใหม่ให้แก่สังคมที่น่าอยู่ ยุติธรรมและยั่งยืนกว่าเดิม
.
“อนาคตที่กำลังถูกสร้าง (The Future is Being Made)” ต่อไปจะเป็นอย่างไรมันคงขึ้นอยู่กับเรา… อนาคตที่แน่นอนอาจไม่ได้มีอยู่จริง แต่มันกำลังถูกสร้างขึ้นอยู่ นับจากนี้…
.

Leave a comment